

จดหมายถึงป้าศรี (9)
นายแพทย์นรุตม์ อภิชาตอำมฤต ถึง คุณป้าศรี หมอปล่อยให้ยายตายเถอะ คุณป้าจะนึกออกมั้ยครับ ว่าผมรู้สึกยังไงตอนคุณยายพูดประโยคนี้ ตอนนั้นผมเพิ่งจบมาใหม่ ๆ เป็นหมอฝึกหัดปีแรก เต็มไปด้วยความรู้จากตำรา และความตั้งใจจะช่วยคนให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ คุณยายอายุเจ็ดสิบกว่า เป็นโรคไตระยะสุดท้าย ไม่ได้ฟอกไต และเคยบอกลูกหลานไว้อย่างหนักแน่นว่า “ถ้าถึงเวลา อย่าใส่ท่อ อย่ายื้ออะไรอีกแล้ว แม่อยากไปอย่างสงบ” ผมเจอยายแค่ครู่เดียวก่อนอาการจะทรุด ยายบีบมือผมเบาๆ แล้วพูดคำเดิมซ้ำอีกครั้ง...


จดหมายถึงป้าศรี (8)
นายแพทย์นรุตม์ อภิชาตอำมฤต ถึงคุณป้าศรี “พี่ไม่เคยคิดว่าหมอจะทำมาได้นานขนาดนี้นะ เห็นทีแรกคิดว่าไม่เกินเดือน ก็คงเลิกทำเกษตรแล้ว” คุณพี่ท่านหนึ่งเข้ามาคุยกับผม ขณะช่วยกันเก็บอุปกรณ์ก่อนไปพักกลางวันครับคุณป้า วันนี้พวกเรามาลงแปลงปันแรงสามัคคีกันตั้งแต่เช้าตรู่ ผ่านมาเกินปีแล้วครับ ที่ผมแปลงร่างเป็นเกษตรกรมือใหม่หลังเลิกงาน (และวันเสาร์อาทิตย์ถ้าไม่ได้อยู่เวร) มีพี่ๆ หลายคนลองทดสอบผมครับคุณป้า โดยการถามชื่อต้นไม้ที่เราเดินผ่าน ให้คุณป้าเดาว่าผมจะตอบถูกมั้ย ?


จดหมายถึงป้าศรี (7)
นายแพทย์นรุตม์ อภิชาตอำมฤต ถึงคุณป้าศรี หมอมาทำอะไรที่นี่ ? ถึงไม่ได้พูด แต่สีหน้าบ่งบอกชัดเจนเลยครับคุณป้า ทำให้เวลาผมเดินสายไปเรียนการแพทย์พื้นบ้าน ผมจะไม่กล้าบอกว่าผมเป็นหมอ อาจเป็นเพราะหมอแผนปัจจุบันมักจะอยู่คนละฝั่งกับหมอพื้นบ้านล่ะมั้งครับ เรามุ่งเน้นเฉพาะการรักษาที่มีงานวิจัยรองรับชัดเจน ที่การแพทย์พื้นบ้านไม่มีโอกาสทำได้ แล้วทำไมหมอมาสนใจแพทย์ทางเลือกได้ล่ะ ? คำถามยอดฮิตที่ผมถูกถามมาตลอดเลยครับคุณป้า ทำให้ผมนึกถึงตอนเป็นนักศึกษาแพทย์ปี 4 อยู่ที่ศิริราช ตามปกติแพทย์เรา


จดหมายถึงป้าศรี (6)
นายแพทย์นรุตม์ อภิชาตอำมฤต ถึงคุณป้าศรี ว่าจะเขียนจดหมายถึงคุณป้าตั้งแต่เมื่อวานแล้ว แต่ดันป่วยซะได้ครับ เริ่มจากระคายเคืองคอ เสียงเปลี่ยน แล้วก็ตัวรุมๆ เมื่อยเนื้อตัว ช่วงบ่ายนี้มีนัดคนไข้ฝังเข็มด้วย จะยกเลิกก็คงไม่ทันแล้ว แถมคืนนี้อยู่เวรอีก แจ๊คพ็อตตลอดเลยครับคุณป้า โรงพยาบาลขนาดเล็ก หมอมีไม่กี่คน ต้องสลับกันขึ้นเวร ดังนั้นวันไหนที่ไม่อยู่เวร แต่ละคนจึงมีแผนมีนัดกันหมดแล้ว เอาล่ะ ยังไงก็ต้องอยู่เวรอยู่แล้ว ถือโอกาสรักษาคนไข้แล้วก็รักษาตัวเองไปด้วยเลยละกัน คิดในใจแบบนี้ครับ


คืนสู่ดิน
เมื่อ 20 ปีมาแล้ว ก็ถูกมองว่า 'แปลก' ในสังคมวงกว้าง เพราะวุ่นวายในการผลักดันให้เกิดการเคลื่อนไหว ให้สังคมคนไทยเห็นความตายเป็นเรื่องธรรมดา ที่ไม่ 'อัปมงคล'


จดหมายถึงป้าศรี ((ฉบับที่ 5)
โรงพยาบาลชุมชนขนาด 30 เตียงแบบนี้
ทั้งโรงพยาบาลจะมีหมออยู่เวรแค่คนเดียวครับคุณป้า เราต้องดูแลคนไข้ 30 คนที่นอนในหอผู้ป่วย และรอลุ้นว่า อีก 30,000 คนในชุมชน จะเจ็บป่วยอะไรมาในคืนนี้


จดหมายถึงป้าศรี (ฉบับที่ 4)
เราก็เริ่มประกาศเส้นทางของวันนี้ แล้วออกเดินกันอย่างไม่รอช้า
นี่เป็นครั้งที่เจ็ดแล้วครับคุณป้า สำหรับโครงการ “จิตอาสาสูงวัย”


จดหมายถึงป้าศรี (ฉบับที่ 3)
“สวัสดีค้าบ....หมอมาเยี่ยมค้าบ”
ผมพูดพลางเดินเข้าไปใกล้ประตูบ้าน ....แต่ไร้เสียงตอบกลับ


จดหมายถึงป้าศรี (ฉบับที่ 2)
สระน้ำจิ๋วด้านหน้า คือฝีมือของผมเองครับ ตอนนี้เริ่มมีน้ำและมีหญ้าสีเขียวขึ้นแล้ว
อยากให้คุณป้าเห็นมือผมตอนนี้ คือมันมีตุ่มพองเต็มไปหมด คงเพราะจับจอบขุดดินต่อกันหลายวัน วิถีเกษตรกรมือใหม่น่ะครับ


จดหมายถึงป้าศรี
ในทุกหน้าฝน คนไข้จะมานอนกันเต็มโรงพยาบาลด้วยแผลติดเชื้อที่ขา หลายคนอาการหนักจนเป็นโรคเนื้อเน่า บางคนถึงขั้นต้องตัดขาทุกคน ไปสัมผัสยาฆ่าหญ้ามา...


จิตสุดท้าย (2)
ป้าศรี (คุณหญิงจำนงศรี หาญเจนลักษณ์) สำหรับป้าศรี วิธีที่เตรียมตัวสู่จิตสุดท้าย มาจากการที่ป้าศรีเชื่อว่าจิตที่เป็นปกติอย่างไร จิตสุดท้ายก็จะมีคุณลักษณะที่เป็นปกติอย่างนั้น อะไรจะดีไปกว่าความเป็นปกติล่ะ ปกติตามความเป็นธรรมดาของธรรมชาติ ดุลยภาพที่ไม่บวกไม่ลบ วิธีการที่ป้าปฏิบัติอยู่ในชีวิต จึงเป็นการมีสติรู้ตัว รู้ลมหายใจ มี “รู้” ที่ป้าศรีเรียกว่า consciousness เป็นฐาน รู้อยู่กับ‘รู้’ (conscious of consciousness) อย่างเป็นธรรมชาติ สติรักษาจิตในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ ให้สอาดผ่อ


โรค…สวยแค่ไหนก็ไม่พอ
สวยแค่ไหนก็ไม่พอ…ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว อาจเป็นความผิดปกติ ทางจิตใจ ที่เรียกกันย่อๆว่า BDD


เมื่อแพทย์เรียนรู้…จากน้ำตาผู้ป่วย
เมื่อหมอเรียนรู้จากน้ำตาผู้ป่วย
ความเจ็บปวดที่ “ไม่เห็นด้วยตา” แต่ “ได้ยินด้วยหัวใจ”


เรื่องเล่า จาก“แบงก์ 1,000 บาท”
คุณค่าแท้จริงของแบงก์ 1,000 บาทไม่ได้ลดลงเลย แม้มันจะถูกขยำ ถูกเหยียบย่ำ ถูกทำให้สกปรก คุณค่าของมันยังคงเท่าเดิม


จดหมายถึง พจีพิไล
จากคนที่คุณหมอเคยหยิบยื่นแสงสว่างให้ในวันที่ชีวิตมืดมนที่สุด


จงมีชีวิตที่เบิกบาน
สารสื่อประสาทต่าง ๆ ในสมอง และ วิธีใช้ชีวิตให้มีความสุข สำหรับผู้ป่วยโรคซึมเศร้า รวมถึงคนทุกคนที่ต้องการชีวิตที่ “เบิกบา


ซึมเศร้ารักษาได้ … เมื่อหัวใจ ได้รับการดูแล
พื้นที่ที่ผู้ป่วยซึมเศร้าไม่ถูกมองว่าเป็น “ภาระ” หรือ “ความอ่อนแอ” แต่เป็นมนุษย์เปี่ยมคุณค่า ที่กำลังเดินอยู่บนเส้นทางอันมืดมิดและรอคอยเพียง “แสงใสแห่งความรักและการยอมรับ” จากคนรอบข้าง


คืนสู่ดิน
ถูกมองว่า“แปลก”ในสังคมวงกว้าง เพราะวุ่นวายในการผลักดันให้เกิดการเคลื่อนไหวให้สังคมคนไทยเห็นความตายเป็นเรื่องธรรมดาที่ไม่“อัปมงคล”


สติที่ตั้งมั่นในวันที่เจ็บป่วย
ประสบการณ์การเจ็บป่วยครั้งที่เพิ่งผ่านมาหลายปีแล้ว ทำให้ป้าได้เรียนรู้เรื่องความตาย ถึงแม้จะคิดว่ามันไม่ใช่ศัตรู แต่ก็ไม่ได้คิดว่ามันเป็นเพื่อนหรอกนะ


ความสุขกลางกรุง
ความสุข วันนี้ และทุกวัน ของคนแก่กลางกรุงคนนี้ คุยกับต้นไม้ คอยเก็บใบเหลือง ตัดแต่งกิ่ง นั่งมองเขาด้วยจิตสงบ
