จดหมายถึงป้าศรี (8)
- 1 วันที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที
นายแพทย์นรุตม์ อภิชาตอำมฤต
ถึงคุณป้าศรี
“พี่ไม่เคยคิดว่าหมอจะทำมาได้นานขนาดนี้นะ
เห็นทีแรกคิดว่าไม่เกินเดือน ก็คงเลิกทำเกษตรแล้ว”
คุณพี่ท่านหนึ่งเข้ามาคุยกับผม ขณะช่วยกันเก็บอุปกรณ์ก่อนไปพักกลางวันครับคุณป้า
วันนี้พวกเรามาลงแปลงปันแรงสามัคคีกันตั้งแต่เช้าตรู่
ผ่านมาเกินปีแล้วครับ ที่ผมแปลงร่างเป็นเกษตรกรมือใหม่หลังเลิกงาน
(และวันเสาร์อาทิตย์ถ้าไม่ได้อยู่เวร)

มีพี่ๆ หลายคนลองทดสอบผมครับคุณป้า โดยการถามชื่อต้นไม้ที่เราเดินผ่าน
ให้คุณป้าเดาว่าผมจะตอบถูกมั้ย ?
…แน่นอนครับ ผมตอบผิดเกือบหมด
แอบอิจฉาคนที่เกิดแถวนี้ครับคุณป้า
ที่รู้จักต้นไม้ใบหญ้าต่างๆ แบบกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกับชีวิต
เหมือนเป็นพลังพิเศษที่เหล่าคนเมืองแบบเราไม่มีวันจะมีได้
มองไปที่วงกินข้าววันนี้ เครือข่ายเราเพิ่มขึ้นมาไม่น้อยเลยครับ
จาก 2-3 คน ค่อยๆ เพิ่มทีละนิด วันนี้มารวมตัวกันเกือบ 20 คนแล้ว
แอบภูมิใจครับคุณป้า เพราะตลอดปีที่ผ่านมา
ผมจะขับรถพาทีมงานที่ตั้งใจขึ้นไปอบรมกันที่เชียงใหม่
ไป 10 ชั่วโมง กลับ 10 ชั่วโมง อบรมอีก 4 วันเต็ม
กลับมาก็อยู่เวรอีก ร่างกายก็เลยประท้วงบ้าง
แต่เห็นเครือข่ายที่เข้มแข็งมากขึ้น ก็มีกำลังใจครับคุณป้า
วันนี้เราล้อมวงกินข้าวกันใต้ต้นไม้ใหญ่ ลมพัดเอื่อยๆ กำลังเย็นสบาย
อาหารที่แต่ละคนเอามาแบ่งปันกัน รวมกันแล้วเหมือนได้ไปกินบุฟเฟ่ต์หรูๆ เลยครับ
ผมงงงวยกับผักมากมายที่ไม่รู้ว่ากินได้ด้วย เพราะไม่เคยเห็นสักครั้งตอนอยู่กรุงเทพ
ปกติจะมีแต่คะน้า กะหล่ำ ผักกาด กะเพรา กินวนกันไป
ผมค่อยๆ ชิมผักแต่ละชนิด โอ้วว รู้สึกถึงพลังชีวิตที่เต็มเปี่ยมเลยครับ
อาจเพราะเพิ่งเก็บมาสดๆ เมื่อเช้า
หรือเพราะเป็นผักจากความใส่ใจในการปลูกโดยไม่มีสารเคมีแม้แต่น้อย
บรรยากาศการพูดคุยระหว่างการกินข้าว คือคึกคักมากครับ
สงสัยเพราะไม่ได้เจอกันมาเดือนนึงแล้ว (โดยปกติเราจะเดินสายปันแรงกันทุกเดือนครับคุณป้า)
กินข้าวอิ่มแล้ว ก็พากันเก็บจานไปล้าง แล้วไปช่วยกันปอกผลไม้บ้าง ทำความสะอาดอุปกรณ์ครัวบ้าง
เป็นธรรมเนียมของพวกเราที่จะไม่ให้เจ้าของบ้านต้องลำบากหลังจากพวกเรากลับ
พวกเราอีกส่วนหนึ่ง พากันไปขนฟางอัดก้อน ล้อมวงไว้เป็นที่นั่งสำหรับการเสวนาช่วงบ่าย
ผมชอบนั่งบนก้อนฟางนี้ครับคุณป้า เพราะความสูงกำลังดี แถมนุ่มสบายด้วย
บรรยากาศวงสนทนาเป็นแบบสบายๆ เป็นกันเอง แต่ได้เนื้อหาที่เข้มข้นตรงประเด็น
ผมจะเป็นคนนำประชุมและมีพี่ๆ ช่วยเขียนสรุปประเด็นสำคัญขึ้นกระดาน
“ลำบากมากเลยครับหมอ แปลงข้างๆ ฉีดยาแล้วฝนตกน้ำเคมีไหลเข้าแปลงผมเต็มๆ”
“ที่บ้านแม่พี่ไม่เห็นด้วย คนในหมู่บ้านก็พูดว่าไม่มีทางสำเร็จหรอก ตอนนี้เลยลองขอพื้นที่เล็กๆ หลังบ้าน จะมาพิสูจน์ให้เค้าเห็น”
“ป้าเอาผักไปขายที่ตลาด เราผักออร์แกนิคแท้ๆ แต่ต้องไปขายแข่งกับผักเคมี เราจะขายแพงกว่าก็ไม่ได้ เพราะเราไม่มีตรามาตรฐาน หมอช่วยออกมาตรฐานให้หน่อย”
“เดินทางไปอบรมไกลเกินไป พี่อยากให้มีศูนย์ฝึกอบรมในจังหวัดเรานะหมอ”
หลากหลายประเด็นถูกเสนอขึ้นมา และทุกคนก็แลกเปลี่ยนกันอย่างออกรส
คงเพราะเราหัวอกเดียวกันครับคุณป้า เลยเข้าใจกันมากๆ
หลายคนที่เคยผ่านปัญหามาที่คล้ายๆ กันมาก่อน ก็แนะนำกัน ให้กำลังใจกัน
แม้ปัญหาจะเยอะ แต่เมื่อนำประสบการณ์ของแต่ละคนมารวมเข้าด้วยกัน
ก็ทำให้เริ่มเห็นแนวทางที่จะพัฒนาแก้ไขได้ครับ เราจึงสรุปเป็นแผนงานระยะยาวร่วมกัน
จบวงสนทนาด้วยการใส่รหัส “พวกเราเกษตรอินทรีย์ชัยภูมิสู้ !”
ทุกคนพกพลังใจกลับบ้านไปพัฒนาแปลงของตัวเองให้สำเร็จ
พวกเราโบกมือลากันด้วยรอยยิ้ม รู้สึกอิ่มใจที่ได้มาเป็นผู้ให้ในวันนี้
นอกจากความสุขในแววตาของทุกคนแล้ว
สิ่งที่ผมสัมผัสได้ในวันนี้ คือ “ความหวัง” ครับคุณป้า
อาจจะมีทางเป็นจริงก็ได้ ที่เกษตรกรอย่างพวกเรา จะปลดหนี้และมีความสุข
มีชีวิตที่ดี และมีลูกหลานอยู่กันพร้อมหน้าที่บ้านของเรา…จังหวัดชัยภูมิ
นายแพทย์นรุตม์ อภิชาตอำมฤต
โรงพยาบาลหนองบัวระเหว
จังหวัดชัยภูมิ
FB: โต๊ะป้าศรี CH Table




ความคิดเห็น