จดหมายถึง พจีพิไล
- พจีพิไล
- 25 พ.ย. 2568
- ยาว 1 นาที
พจีพิไล

“จากคนที่คุณหมอเคยหยิบยื่นแสงสว่างให้ในวันที่ชีวิตมืดมนที่สุด
เมื่อสิบกว่าปีก่อน หนูใช้ชีวิตที่หักโหม ทำงานหนัก ไม่เคยสงสัยในสุขภาพตัวเอง ถึงแม้ร่างกายจะมีอาการแปลกๆมากมาย อาการที่ไม่มีใครสังเกตเห็น
ตอนนั้น หนูไม่รู้เลยว่ากำลังโงนเงนอยู่บนเส้นบางๆ ของโรคที่ซับซ้อน…
จนกระทั่งวันหนึ่งหนูได้พบคุณหมอที่เห็นความผิดปกติบางอย่าง
คุณหมอ “สังเกต“ “ใส่ใจ”และ “เมตตา”ไม่ปล่อยมันให้ผ่านไป แต่รีบส่งต่อให้อาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญตรวจ จนสามารถไขปริศนาและรักษาความผิดปกติที่เรื้อรังมานานในร่างกายของหนูได้
และนั่น... ก็กลายเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตของหนู
จากคนไข้ธรรมดาๆ หนูได้รับความเมตตาไม่ใช่เพียงในฐานะหมอ แต่ในฐานะ“พี่สาว”ด้วย พี่สาวที่ทั้งห่วง ทั้งดุ ทั้งอบอุ่น ทั้งเข้าใจ
คุณหมอไม่ได้ดูแลแค่กาย แต่เยียวยาหัวใจของหนูไปด้วย — ด้วยคำพูด การฟัง และการอยู่เคียงข้าง หนูจึงมองคุณหมอว่า"My Angel"… เทวดาในโลกมนุษย์ของหนู
มีช่วงเวลาหนึ่ง ที่หนูไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างที่เคย ไม่ได้พบแสงตะวัน ไม่ได้สูดกลิ่นทะเล ไม่ได้ทำในสิ่งที่รัก แต่น่าแปลกที่หัวใจกลับไม่เศร้า เพราะความเมตตาของคุณหมอเป็นเสมือนแสงที่ส่องเรืองในความมืดมน
คุณหมอเป็นทั้งเพื่อน พี่สาว ครู แพทย์ และหนูเรียนรู้การดูแลตัวเองใหม่หมด ทั้งจากความรู้และพลังบวกในทุกคำพูด ทุกความหวังดีของคุณหมอ
หนูคือคนคนหนึ่ง ที่ล้มลงซ้ำแล้วซ้ำเล่าในหลุมดำของโรคซึมเศร้า คุณหมอสังเกตเห็น และพยายามดึงหนูขึ้นมา… กระตุ้นให้พูด ให้ระบาย ช่วยค้นหาและเผชิญหน้าบาดแผลลึกที่ซ่อนเร้น ประเภทที่เรียกว่า Childhood Depression
คุณหมอลงมือ “เยียวยา”ค่อยๆ พยุง ค่อยๆ ฉุด ค่อยๆ ดึง แม้หนูจะตกหลุมอีกกี่ครั้ง คุณหมอก็ยังเป็นคนแรกที่ยื่นมือเข้ามาเสมอ
หนักที่สุด… คือเมื่อ 2-3 ปีก่อน
หนูตกหลุมที่มืดกว่าทุกครั้ง คุณหมอสังเกตเห็นก่อนใครอีกแล้ว และบอกให้หนูรีบไปหาจิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันที...
“น้องชั้นจะตายเพราะขับรถ หรือจะตายเพราะฆ่าตัวตายกันแน่!” หนูขับรถมาหาคุณหมอทุกสัปดาห์ ทั้งที่คุณหมอเป็นห่วงนักว่าหนูอาจจะ “ไม่รอด” จากการเดินทาง
คุณหมอขอความช่วยเหลือจากทุกคนที่อาจช่วยได้
และ... ก็ดึงหนูกลับมาเป็น “ผู้เป็นคน”ได้อีกครั้ง ในใจหนูจึงเรียกคุณหมอว่า “เจ่เจ้”…ไม่มีคำที่จะนิยามความรู้สึกที่หนูได้ดีกว่านี้ เพราะหนูรู้แล้วว่า “ญาติแท้” คือคนที่อยู่ข้างเราด้วยหัวใจ
สุดท้ายนี้ หนูขอบอกเจ่เจ้ว่า… หนูจะตั้งใจพัฒนาตัวเองให้เป็นน้องสาวที่เจ่เจ้ภูมิใจ
และขอสัญญาว่าจะทำหน้าที่ของ“โค้ช” สำหรับผู้ป่วยซึมเศร้าอย่างเต็มที่ และส่งต่อแสงสว่างจากเจ่เจ้ให้กับคนอื่นต่อไป... อย่างดีที่สุด
“ปุณณ์ชีวา”
17.09.2025
(นี่เป็นจดหมายจากคนไข้ถึงคุณหมอจริงๆนะคะ ตัวป้าศรีแค่เป็นบรรณาธิการขัดเกลาเอามาโพสต์เพราะคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับผู้อ่าน
“พจีพิไล”ไม่ใช่จิตแพทย์ เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอื่น แต่เธอเชื่อว่า แพทย์ที่แท้ไม่ว่าจะเชี่ยวชาญสาขาใด ก็น่าจะมีความเข้าอกเข้าใจที่จะประคับประคองจิตใจคนไข้ซึมเศร้าได้ในระดับหนึ่ง โดยแนะนำและส่งต่อไปหาจิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านซึมเศร้าตามความเหมาะสม/ป้าศรี)
FB โต๊ะป้าศรี




ความคิดเห็น