top of page

จดหมายถึงป้าศรี (7)

  • 2 วันที่ผ่านมา
  • ยาว 1 นาที

นายแพทย์นรุตม์ อภิชาตอำมฤต


ถึงคุณป้าศรี


หมอมาทำอะไรที่นี่ ?

ถึงไม่ได้พูด แต่สีหน้าบ่งบอกชัดเจนเลยครับคุณป้า

ทำให้เวลาผมเดินสายไปเรียนการแพทย์พื้นบ้าน ผมจะไม่กล้าบอกว่าผมเป็นหมอ

อาจเป็นเพราะหมอแผนปัจจุบันมักจะอยู่คนละฝั่งกับหมอพื้นบ้านล่ะมั้งครับ

เรามุ่งเน้นเฉพาะการรักษาที่มีงานวิจัยรองรับชัดเจน ที่การแพทย์พื้นบ้านไม่มีโอกาสทำได้



แล้วทำไมหมอมาสนใจแพทย์ทางเลือกได้ล่ะ ?

คำถามยอดฮิตที่ผมถูกถามมาตลอดเลยครับคุณป้า

ทำให้ผมนึกถึงตอนเป็นนักศึกษาแพทย์ปี 4 อยู่ที่ศิริราช

ตามปกติแพทย์เราจะเรียนวิชาการ 3 ปีแรก แล้วเริ่มเจอคนไข้จริงๆ ตั้งแต่ปีที่ 4-6 ครับ

นั่นหมายถึง ผมเป็นน้องเล็กเด็กใหม่ ยืนอยู่วงนอกสุดของการราวน์คนไข้ตอนนั้น


มีเคสนึงที่จำได้แม่น เป็นคุณลุงที่ผมรับผิดชอบดูแลในหอผู้ป่วย ต้องนอนทำแผลหลายวัน

วันนึงคุณลุงมีอาการสะอึกครับ แต่เป็นหนักถึงขั้นไม่ได้หลับไม่ได้นอน

ทีมพี่ๆ หมอก็จัดการให้ยาฉีดเต็มที่ แต่ก็ไม่ดีขึ้น

ปรับยาให้แรงขึ้นเรื่อยๆ จนสุดท้ายฤทธิ์เกือบจะเท่ายาสลบ

ก็หยุดสะอึกได้พักเดียว แล้วก็กลับมาเป็นอีก

ผ่านไปสามวัน คนไข้สภาพทรุดโทรมมาก เพราะสะอึกจนไม่ได้นอน


นักศึกษาแพทย์เด็กน้อยอย่างผม ไม่รู้ทำยังไง ก็พยายามหาข้อมูลในเน็ตครับคุณป้า

เค้าว่าแบบไหนดี ดูแล้วปลอดภัย ก็แอบเอาไปให้คนไข้ลองทำ

บอกพี่หมอไม่ได้ครับคุณป้า เดี๋ยวโดนว่า

ปรากฏว่าคนไข้หาย หลังจากทดลองวิธีที่ 4

คือ กลืนน้ำตาลทรายแห้งๆ 1 ช้อนโต๊ะ + กดจุดแผนจีน


เหมือนเปิดโลกเลยครับคุณป้า

เพิ่งได้รู้ว่าในโลกนี้ยังมีการรักษาดีๆ อีกมากที่เรายังไม่รู้

พอวันไหนผมเรียนถึงโรคที่ตำราแพทย์แผนปัจจุบันบอกว่า “ไม่รู้สาเหตุแน่ชัด”

หรือ “ไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้”

ผมก็จะไปค้นตำราแพทย์ทางเลือกอื่นๆ เพื่อหาคำอธิบายและการรักษาในอีกมุมหนึ่ง

เอาเป็นว่าแทบจะอ่านหนังสือแนวสุขภาพทุกเล่มในร้านหนังสือเลยครับช่วงนั้น


จากนั้นก็เริ่มเดินสายฝากตัวเป็นศิษย์กับคุณครูของสำนักต่างๆ (เหมือนหนังจีนเลยนะครับคุณป้า^^)

แต่เป็นช่วงจบแพทย์แล้วนะครับ เพราะสามารถใช้วันลาไปอบรมต่อเนื่อง 3-4 วันได้

จนตอนนี้ผมมีครูมากมายจนนับไม่หมด

แต่ละท่านล้วนเชี่ยวชาญในการดูแลผู้ป่วยด้วยศาสตร์เฉพาะตัว


แต่ที่ผมยังคงระลึกถึงที่สุด ก็คือครูคนแรกของผมครับคุณป้า

ตอนนั้นผมอยู่ชั้นม.3 อายุ 15 น่าจะได้

ด้วยความซ่าส์ซนทำให้กระโดดลงผิดท่า เกิดอาการเข่าเคล็ด

ผ่านไปหลายต่อหลายเดือน อาการเจ็บแปล๊บๆ ในเข่าเวลาเดินก็ยังไม่หาย

ไปหาหมอหลายที่ก็ไม่ดีขึ้น


บังเอิญได้คุยกับ ยายใจ หมอนวดข้างบ้าน คุณยายจึงอาสารักษาให้

ไม่น่าเชื่อ รักษาแค่ไม่กี่รอบ อาการปวดเข่าก็หายดีครับคุณป้า

ผมกราบขอบคุณคุณยายด้วยความซาบซึ้ง

แต่ไม่รู้ตอนนั้นยายใจคิดยังไง ถึงถามผมว่า อยากเรียนนวดมั้ย ?

สุดท้าย ผมเลยได้ฝากตัวเป็นศิษย์ โดยมียายใจเป็นครูคนแรกที่สอนผมรักษาคน

ตอนนี้คุณยายใจไม่อยู่แล้ว

แต่ผมยังคงใช้วิชาของคุณยายช่วยดูแลคนต่อ

ไม่รู้ว่าคุณยายใจจะรู้มั้ยว่า เด็กน้อยที่คุณยายจับมือสอนนวดในตอนนั้น

จะเติบโตมาเป็น หมอเต็มตัว ในวันนี้

กราบขอบคุณคุณยายใจครับ

นายแพทย์นรุตม์ อภิชาตอำมฤต

โรงพยาบาลหนองบัวระเหว

จังหวัดชัยภูมิ

จากFB: โต๊ะป้าศรี CH Table


ความคิดเห็น


Final Logo.png

ที่อยู่:
Bangkok Thailand

Email: 

ส่งข้อความหาเรา
แล้วเราจะติดต่อกลับในไม่ช้า

ขอบคุณสำหรับการติดต่อ

bottom of page