จงมีชีวิตที่เบิกบาน
- พจีพิไล
- 25 พ.ย. 2568
- ยาว 2 นาที
จดหมายจาก “พจีพิไล” ฉบับที่ 3
พจีพิไล

ภาพ WorksheetPlanet
กราบเรียนคุณป้าศรี ที่เคารพรัก
ใน จดหมายหมายถึงป้าศรี ฉบับที่ 1
หนูได้เขียนถึง สภาวะจิตใจ ความทุกข์ของผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ผู้เสมือน “นักรบผู้เงียบงัน”
ใน จดหมายหมายถึงป้าศรี ฉบับที่ 2
หนูได้แบ่งปัน ประสบการณ์ วิธีการดูแลรักษาผู้ป่วยซึมเศร้า ทั้งจากมุมมองของผู้ดูแลและตัวผู้ป่วยเอง รวมทั้งตอบคำถามต่าง ๆ
ใน จดหมายถึงป้าศรี ฉบับที่ 3 นี้ หนูจะเล่าถึงรายละเอียดของ สารสื่อประสาทต่าง ๆ ในสมอง และ วิธีใช้ชีวิตให้มีความสุข สำหรับผู้ป่วยโรคซึมเศร้า รวมถึงคนทุกคนที่ต้องการชีวิตที่ “เบิกบาน”
สารเคมีในสมองผิดปกติ คืออะไร?
เมื่อผู้ป่วยซึมเศร้าไปพบแพทย์ มักจะได้รับคำอธิบายว่า “เกิดจากสารเคมีในสมองผิดปกติ”
แต่ หลายคนก็อดงงไม่ได้ว่า สารเคมีอะไร?
วันนี้หมอจึงอยากเล่า “ภาษาแพทย์” ให้เป็น “ภาษาคน” เล่าให้เข้าใจได้ง่ายๆ และนำไปใช้ได้จริง
เวลาที่เราหัวเราะหรือร้องไห้ สมองของเราจะหลั่งสารสื่อประสาทและฮอร์โมนมากมาย
ซึ่งหมอจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มเพื่อที่จะเข้าใจง่ายๆ
1. ฮอร์โมนความทุกข์
2. ฮอร์โมนความสุข
ฮอร์โมนความทุกข์: ผู้ บั่นทอนร่างกายและจิตใจ
เวลาเราทุกข์ ฮอร์โมนความสุขก็ถูกยับยั้งไปทั้งหมด ร่างกายและจิตใจจึงเข้าสู่ภาวะซึมเศร้า
ถ้าเจาะเลือดผู้ป่วย ก็มักจะพบว่า ระดับ cortisol, norepinephrine และ epinephrine
สูงมากผิดปกติ
ฮอร์โมนเหล่านี้คือ ฮอร์โมนความเครียด หรือ ฮอร์โมนความทุกข์ที่ทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง
และเป็นบ่อนทำลายภูมิคุ้มกันอีกด้วย
เมื่อภูมิคุ้มกันตกลง ร่างกายจะเจ็บป่วยง่าย ซึ่งนำไปสู่โรคต่าง ๆ มากมาย เช่น
• โรคมะเร็ง
• โรคสมองเสื่อม
• โรคหัวใจ
• ไขมันในเลือดสูง
• โรคตับ โรคไต
• โรคแพ้ภูมิตัวเอง (เช่นโรคพุ่มพวง)
• การอักเสบทั่วร่างกาย
แม้แต่ office syndrome ปวดเมื่อย คอ บ่า ไหล่ ก็สัมพันธ์กับความเครียด
ผิวหนัง :
เราสามารถใช้ผิวหนังและเส้นผมเป็นเครื่องมือชี้วัดภาวะก่อนเกิดโรคซึมเศร้าได้เป็นอย่างดี ราวกับเป็น กระจกเงาสะท้อนความเครียด
ผิวหนังเป็นอวัยวะที่กว้างใหญ่ที่สุดของร่างกาย และเป็นสิ่งที่เรามองเห็นได้ชัดเจนที่สุด
ความเครียดทำให้
• คอลลาเจนและอีลาสตินเสื่อมลง → ผิวหนังฝ่อ รูขุมขนกว้าง
• เม็ดสีสร้างมากขึ้น → เกิด ฝ้า กระ จุดด่างดำ (“หน้าดำคร่ำเครียด” คือความจริงที่งานวิจัยยืนยันแล้ว)
• ต่อมไขมันทำงานผิดปกติ → เกิดสิว เห่อเต็มหน้า
• ต่อมเหงื่อรวน → เหงื่อออกมาก มีกลิ่นตัว โดยเฉพาะ “เหงื่อเหนียวข้น” ที่เป็นสาเหตุสำคัญของกลิ่นกาย อันไม่พึงประสงค์
เส้นผม
ผมปกติจะแข็งแรงและเส้นใหญ่ ดกดำ เป็นเงางาม
แต่เมื่อเครียด cortisol จะทำให้เส้นผมเล็กลง กระเปาะผมเล็กลง → ผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน
ผลลัพธ์ของความเครียดที่เห็นชัดเจน
• ผิวหนังเหี่ยวย่น หย่อนยาน
• ผมร่วง แห้ง บาง ศีรษะล้าน
• ฟันร่วง ปากแห้ง มีกลิ่นปาก
• มีกลิ่นตัว
• สิว ฝ้า กระ จุดด่างดำ
• แก่เร็วกว่าอายุจริงถึง 10–20 ปี
สรุปสั้น ๆ
เครียด = แก่
เครียดมาก = แก่มาก
เครียดน้อย = แก่น้อย
ไม่เครียด = ไม่แก่เลย
ฮอร์โมนความสุข: พลังแห่งชีวิต
ฮอร์โมนความสุข สร้างได้ง่าย ๆ จากการใช้ชีวิตประจำวัน
1. Serotonin — ฮอร์โมนความสุข
เกิดได้จากกิจวัตรธรรมดาที่หมอเรียกว่า “6 อ” คือ
1) อาหาร
2) อากาศ
3) อารมณ์
4) ออกกำลังกาย
5) ขับถ่าย
6) นอนหลับ
เพียงเราใส่ใจสิ่งธรรมดาเหล่านี้ เช่น การกินอาหารที่ดี การอาบน้ำเย็นสบาย ๆ การนอนหลับพักผ่อนเพียงพอ สมองก็จะหลั่ง serotonin ได้
เรื่องจริงจากผู้ป่วย
มีผู้ป่วยที่อยากหุ่นดี ลดน้ำหนักด้วยการอดอาหารมากเกินไป จนร่างกายเครียดและ serotonin ลดลงอย่างรวดเร็ว เธอเข้าสู่ภาวะซึมเศร้า โดยไม่รู้ตัว และนำไปสู่การฆ่าตัวตาย
ฟังดู น่าตกใจและ ไม่น่าเชื่อ…แต่เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นแล้ว
2. Dopamine — ฮอร์โมนความหวัง
คือฮอร์โมนแห่งพลังใจ ความสำเร็จ และการต่อสู้เอาชนะอุปสรรค
เวลาที่เรามีแรงบันดาลใจ เราจะมี dopamine สูง
เช่น ชายหนุ่มที่กำลังตกหลุมรัก เขาจะทำอะไรก็ได้โดยไม่เหน็ดเหนื่อยเลย เพราะ dopamine เติมเต็มหัวใจของเขา
ในทางกลับกัน ผู้ป่วยซึมเศร้า dopamine ต่ำมาก →
• ไม่เหลือสิ่งที่ชอบ
• ไม่เหลือสิ่งที่อยากได้
• ไม่เหลือสิ่งที่ท้าทาย
• ไม่เหลือความหวังในชีวิต
3. Oxytocin — ฮอร์โมนความรัก ภาษาพุทธเรียกว่า “ฮอร์โมนแห่งความเมตตา”
Oxytocin เกิดขึ้นเมื่อแม่ให้นมลูก เมื่อเรารักใครสักคน ไม่ว่าจะเป็นคู่ครอง ลูก หลาน เพื่อน แม้แต่เพื่อนมนุษย์ที่ไม่รู้จัก รวมถึงสัตว์เลี้ยงที่เราเอ็นดู
ผู้ที่มีเมตตาอย่างแท้จริง จึงมักจะมีผิวพรรณเปล่งปลั่ง เช่น พระอริยสงฆ์ผู้เปี่ยมเมตตา ที่เจริญกรรมฐาน ใบหน้าและผิวพรรณของท่านเปล่งประกายจากภายใน
ความจริงน่าทึ่ง: ร่างกายมนุษย์สามารถซ่อมแซมตัวเองได้มากถึง 90%
หมายความว่า หากเราเป็นผู้มีเมตตา มีความสุข เราจะ “ไม่แก่” และสามารถดูอ่อนเยาว์กว่าอายุจริงได้ถึง 10–20 ปี
4. Endorphin — ฮอร์โมนเปี่ยมสุข
รู้จักกันดีในชื่อ “ฮอร์โมนออกกำลังกาย” หรือ “ฮอร์โมนแห่งสมาธิ”
เกิดจากการออกกำลังกาย และการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน
• ทำให้เข้าสู่ “ภาวะเปี่ยมสุข”
• ซ่อมแซมร่างกายและอวัยวะที่สึกหรอ
• แผลหายเร็ว
• กระตุ้นเซลล์ภูมิคุ้มกัน Natural Killer Cell → กำจัดเซลล์มะเร็ง
แม้เพียงวันละ 1–3 นาที แค่สวดมนต์ ไหว้พระ หรือนั่งสมาธิ ก็เพียงพอที่จะทำให้ endorphin หลั่งได้
5. Melatonin — ฮอร์โมนแห่งการนอนหลับ
สร้างจากต่อม Pineal gland เวลามืด
แม้มีแสงสว่างเพียงเล็กน้อย ก็สามารถยับยั้งการสร้าง melatonin ทำให้นอนไม่หลับ
ดังนั้นสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการนอนคือ “มืด เงียบ เย็น”
คนไข้ถามหมอว่า “มืดขนาดไหนถึงจะดี?”
ขอตอบว่า: “มืดสนิทจนลืมตาแล้วมองไม่เห็นอะไรเลย”
นอกจากความมืดแล้ว
งานวิจัยยังพบว่า การสวดมนต์ ช่วยให้สมองหลั่ง melatonin ได้จริง
ในฉบับต่อไปหนูใคร่ขอเล่าถึง การมีชีวิตที่เบิกบานโดยมีmind set ที่ถูกต้อง และ 6 นิสัยเมตตาต่อตนเอง รวมถึงการบรรยายความรู้สึกของแพทย์ที่ได้ดูแล ใกล้ชิด ผู้ป่วยซึมเศร้า และการเรียนรู้จากการสัมผัส ความทุกข์ ของคนไข้ว่ามีผลเชิงลึกและมุมมองต่อชีวิตของหมออย่างไร
กราบขอบพระคุณคุณป้าศรีด้วยความเคารพรักอย่างสูง
พจีพิไล
19 กันยายน 2568
FB โต๊ะป้าศรี




ความคิดเห็น