สมอง-ของขวัญ และบ่วงมัด
- 2 วันที่ผ่านมา
- ยาว 2 นาที
ป้าศรี/คุณหญิงจำนงศรี หาญเจนลักษณ์
ป้าศรีทุ่มหัวใจเขียนบทความนี้จนดึกดื่น
ถ้าใครอ่านจนจบได้ และแชร์ต่อได้
ป้าศรีจะขอบคุณมากค่ะ
วันหลังจะได้เขียนยาวๆอย่างนี้อีก
วันนี้ 21 กรกฎาคม โรบิน วิลเลียมส์ (Robin Williams) นักแสดงตลกขวัญใจคนทั้งโลก มีอายุครบ 75 ปี (ถ้ายังมีชีวิต)
ทว่าเขา จบชีวิตตัวเองไปแล้ว
ตั้งแต่วัย 63 ท่ามกลางความตกใจ เศร้า แปลกใจ และงุนงง ของทุกคนที่เคยหัวเราะร่วมไปกับเขา

เรานึกถึงวันเกิดของคนที่ตายไปแล้ว เหมือนจุดเทียน ให้กับ“วัน” โดยที่ไม่มีเจ้าของวันเกิดแล้ว
แต่มีวันตายของเขาเพิ่มขึ้นมาให้ระลึกถึง
เออนะ ป้าศรีสังเกตว่า
ฝรั่งมักจะระลึกถึงวันเกิดของคนใกล้ใจ ที่ตายจากไปแล้ว
แต่คนไทยเรามักทำบุญระลึกถึงวันครบรอบที่เขาตาย
(สำหรับโรงพยาบาลจักษุรัตนิน เราก็จะนิมนต์พระสงฆ์มาเทศน์ในวันครบรอบ หรือใกล้วันครบรอบวันตายของ คุณหมออุทัย รัตนิน ทุกปี มา 30 กว่าปีแล้ว)
พอนึกถึง Robin Williams ในวันนี้
คนที่ป้านึกถึงขึ้นมา คือ ตลกไทยที่บั้นปลายชีวิต สะท้อนกับของ Robin Williams อย่างน่าเจ็บปวด
เขาคือ สีหนุ่ม เชิญยิ้ม
หรือ บุญธรรม ฮวดกระโทก
ที่เคยเป็นเสาหลักของคณะตลกเชิญยิ้ม
สีหนุ่มใช้ไหวพริบและอารมณ์ขัน สร้างเสียงหัวเราะให้คนไทยอยู่หลายสิบปี ถึงแม้คนรุ่นใหม่อาจจะลืมเขาไปแล้ว
ทั้งชีวิต สีหนุ่ม เชิญยิ้ม และ Robin Williams เป็นศิลปินชั้นเยี่ยม
ทั้งสองคน ที่อยู่คนละซีกโลก
ต่างก็ใช้ "สมอง" เป็นเครื่องมือหลักในการประกอบอาชีพ
ที่สำคัญคือ อาชีพเขาหล่อเลี้ยงใจคนอื่นด้วย ความไว จังหวะ ปฏิภาณ การพลิกคำ แพลงสีหน้า จี้อารมณ์ขันให้ระเบิดเป็นเสียงหัวเราะ
ทั้งหมดนี้ เป็นงานศิลป์ ที่งอกจากสมองอันใสและว่องไวกว่าคนทั่วไป
และแล้ว วันหนึ่ง สมองที่เป็นเสมือนพรจากสวรรค์นั้นเอง ก็กลายเป็นบ่วงนรก ที่รัดเขาไว้จนสิ้นใจ
ไม่ผิดหรอกค่ะ ที่จะบอกว่า สุข กับทุกข์ ความรื่นรมย์ กับความเศร้าสลด
เป็นคนละด้านของเหรียญเดียวกัน
หรือคนละขั้วของโลกียธรรมเดียวกัน
เรื่องของนักแสดงตลก ทั้ง 2
ผู้เป็นที่รักของคนดู
คนหนึ่ง ไทย… อีกคนหนึ่ง อเมริกัน
เป็นเรื่องสุดที่จะเศร้า ของสมองที่พังทลาย ในขณะที่ใจยังแจ่มชัด
วันที่ 19 มิถุนายน 2551
ขณะสีหนุ่มกำลังถ่ายทำละครเบาสมองเรื่อง "บางรักซอย 9" เขาล้มลงกลางกองถ่าย เส้นเลือดภายในสมองเขาแตก เลือดออกไหลออกมาคั่งอยู่ในสมองซีกขวา
ผลคือร่างครึ่งซ้ายเป็นอัมพาต
สีหนุ่ม พูดไม่ได้ เดินไม่ได้
ความโหดร้ายซ่อนอยู่ในรายละเอียดทางประสาทวิทยา
การที่สีหนุ่ม “พูดไม่ได้” หลังเลือดออกที่สมองซีกขวานั้น ในทางการแพทย์น่าจะเป็นผลจากกล้ามเนื้อใบหน้าและช่องปากที่เป็นอัมพาตทำให้ออกเสียงไม่ได้ (dysarthria) มากกว่าสูญเสียศูนย์ภาษา เพราะศูนย์ภาษาส่วนใหญ่อยู่สมองซีกซ้าย
อย่างไรก็ตาม
ส่วนของสมองที่เก็บความทรงจำและความนึกคิด รอดมาได้
ฉะนั้น ระหว่างพักฟื้น ความคิดความจำของสีหนุ่มจึงค่อย ๆ กลับคืนมาจนเกือบครบถ้วน
เขาจำอดีตได้ รู้ตัวทุกอย่าง
แต่ร่างกาย กลับไม่ยอมทำตามเจตนาของเขาอีกต่อไป
ใบหน้าที่เคยยืดหยุ่น พลิกผันได้เป็นร้อยอารมณ์ ได้กลายเป็นเรียบแข็ง กล้ามเนื้อใบหน้าขยับแทบไม่ได้เลย
น้ำเสียงที่เคยเล่นโทนสูงต่ำได้ดั่งใจสั่ง กลับเงียบลงอย่างไม่มีวันกลับคืน
จังหวะกายที่เคยเรียกเสียงหัวเราะจากคนดูได้ทั้งโรง กลับหยุดนิ่ง
ทุกอย่างที่ยังอยู่ในความทรงจำ ถูกกักขังไว้ในการรับรู้ ในความรู้สึกที่ใจ
แต่ไม่สามารถที่สื่อสาร ส่งออกไป ให้ใครรับทราบ
สีหนุ่ม นอนติดเตียงอยู่ราว 7 ปี
ไม่สามารถหยิบยื่นความรื่นเริงและเสียงหัวเราะให้ใครได้อีก จวบจนชีวิตเขาจะปิดฉากลง ด้วยภาวะโรคแทรกซ้อน ในวันที่ 1 ธันวาคม 2558 ในวัย 61 ปี
ส่วน Robin Williams ในอีกซีกหนึ่งของโลก สูญเสีย คนละแบบกับสีหนุ่ม
…และในบางแง่ อาจจะทรมานกว่า
เพราะสิ่งที่ป่วยไม่ใช่ร่าง แต่เป็นตัวสมองเอง อาจจะพูดได้ว่า
ใจที่ถูกกัดกิน ในร่างของเขาที่ยังเดินได้ วิ่งได้ ทำทุกอย่างทางกายภาพได้
ร่างของเขายังเป็นปกติทุกอย่าง เขาเดินได้ พูดได้ ขึ้นกองถ่ายได้ตามปกติ
แต่ลึกเข้าไปในเนื้อสมอง
โปรตีนชนิดหนึ่งชื่อ แอลฟา-ไซนิวคลีอิน (alpha-synuclein) กำลังจับตัวเป็นก้อนเล็ก ๆ ที่เรียกว่า "Lewy Bodies" มันค่อยๆแทรกซึม ค่อยๆทำลายเซลล์ประสาท ในสมอง
และแล้ว
มันก็ค่อยๆลามไปทั่วบริเวณที่ควบคุมการรับรู้ ความคิด อารมณ์ การมองเห็น และการนอน
อาการเริ่มก่อตัวเงียบ ๆ ตั้งแต่ปลายปี 2556
โรคทำให้เขามีอาการวิตกกังวลอย่างรุนแรงและไร้เหตุผล
มันทำให้เขาทุรนทุรายด้วยความหวาดระแวง เห็นภาพหลอน และมีการนอนที่ผิดเพี้ยน มือของเขาเริ่มสั่น
ความจำของเริ่มรั่วเลอะ จนจำบทไม่ได้
Robin Williams
นักแสดงระดับรางวัลออสก้าร์หลายตัว
นักแสดงที่ถนัด เฉียบไวกับการด้นสด
นักแสดงฝีมือฉกาจ ที่เคยพลิกมุกได้ด้วยสมองแม่นที่ไม่เคยพลาด
การลืมบทกลางกองถ่าย เป็นความน่ากลัวที่เขาบอกใครไม่ถูก แม้กระทั่งตัวเอง
แพทย์วินิจฉัยว่า เขาเป็นพาร์กินสัน
แต่นั่นเป็นเพียงยอดของภูเขาน้ำแข็ง
ไม่มีใครรู้ว่าโรคแท้จริงคืออะไร
ภรรยาของ Robin เปรียบเทียบในภายหลังว่า มันเป็นเหมือนมีผู้ก่อการร้ายซ่อนตัวอยู่ในสมองของสามี มันก่อการทำลายล้างโดยไม่มีใครมองเห็น แม้กระทั่งเจ้าของดินแดนเอง
ที่โหดร้ายที่สุดคือ การที่ Robin Williams รู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ แต่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร
เขาไม่รู้ว่าอะไรกำลังเกิดขึ้นกับความเป็นตัวเขา และทำไมมันจึงเกิดขึ้น
เขารู้ทั้งรู้ แต่ไม่รู้ว่าจะจัดการอย่างไร
เขาต่อสู้กับศัตรูที่มองไม่เห็น ไม่รู้จัก และเรียแม้กระทั่งชื่อมันก็เรียกไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะอธิบายให้ใครเข้าใจได้อย่างไร
ต่อสายตาคนภายนอกที่รักเขา
Robin Williams ยังเป็นนักแสดงเจ้าเสน่ห์ที่ตลกและอบอุ่นเหมือนเดิม
ไม่มีใครจับสัญญาณได้
จนกระทั่ง วันหนึ่ง วันที่ 11 สิงหาคม พศ.2557
เขาก็เลือกที่จะจบชีวิตตัวเอง ในขณะที่อายุ 63 ปี
จากการชันสูตร พบว่าสมองของศิลปินผู้โลกรักผู้นี้ เต็มไปด้วยรอยโรคลูวีบอดี้ส์ Lewy Bodies
และกรณีของเขา เป็นหนึ่งในกรณีที่รุนแรงที่สุดที่แพทย์ผู้ชันสูตรเคยได้พบเห็น
โรคนี้ เลือกกัดกินสิ่งที่เป็นอัจฉริยภาพของเขา คือ การรับรู้ ปฏิภาณอันว่องไว สมองที่โลกยกย่องว่า อยู่ในระดับที่เฉียบคมที่สุด
โรค Lewy Bodies
สร้างพังพินาศที่หนักหน่วงที่สุด ไว้ข้างในสมองของบุคคลที่พิเศษ โดยไม่มีใครล่วงรู้แม้กระทั่งตัวเขาเองและภรรยาสุดที่รัก
เราจะมองได้ไหมคะ
ว่า เรื่องราวที่ป้าศรีเขียนมาทั้งหมดนี้
เป็น 2 ด้านของสัจธรรมเดียวกัน

กรณีของสีหนุ่ม
คือ ทุกข์ที่เห็นอยู่ เป็นอยู่ แต่แก้ไม่ได้
ส่วนกรณีของ Robin Williams
คือ ทุกข์ที่ไม่มีใครมองเห็น จนเจ้าตัวเองทนต่อไปไม่ไหว
คนหนึ่งใจแจ่มชัด
ในขณะที่ถูกขังในร่างที่หมดสภาพ
จนกระทั่งความตายมาปลดปล่อย
อีกคนหนึ่ง ร่างกายดีเยี่ยม
แต่สมองถูกกัดกินไปทีละน้อย
จนหมดใจสภาพที่จะทนอยู่กับชีวิต
ทั้งคู่ชี้ไปที่ความจริงเดียวกัน คือ
"ตัวฉัน" นั้น ฝากไว้กับก้อนเนื้อที่บอบบาง แปรเปลี่ยน ไม่คงทน
วิทยาการสมัยใหม่ สามารถส่องเข้าไปในสมอง แต่ไม่สามารถพบห็น "ผู้เล่น" ตัวจริง
มันเห็นหรือตรวจสอบได้ ก็เพียงเซลล์ประสาทที่ส่งกระแส โปรตีนที่พับตัว โลหิตที่ไหลเวียน
"ฉัน" คืออะไรหนอ
หรือมันจะเป็นแค่กระแสผสมต้มปรุงของความรู้สึกนึกคิด
แค่กระแสการเกิดและดับ ที่ไหลเลื่อนไปตามเหตุปัจจัย
ป้าศรีเป็นแค่นักเขียนแก่ๆคนหนึ่งที่ผ่านชีวิตมาใกล้จะถึง 87 ปี
ป้าต้องขอโทษที่ไม่ได้เป็นนักเทศน์นักธรรมที่สามารถจะอธิบาย แยกแยะ “สัจธรรม” หรือ/และ “พุทธธรรม” ในบทความนี้
ถ้าใครอ่านเรื่องราวที่เล่ามาอย่างละเอียด ก็จะพบ พุทธธรรม สัจธรรม ด้วยตัวเองมากมายในบทความหลายๆตอน
ของขวัญ ที่ Robin Williams และสีหนุ่ม — ฝากไว้ให้เราในวันนี้ เป็นของขวัญทางใจให้ปัญญางอกงามในเราๆที่อ่านบทความนี้ ที่ป้าศรีเขียนมาจนเข้าวันไหม่
ป้าศรีขอขอบคุณทุกคนที่ทนอ่านยาวมาถึงตรงนี้ได้ ขอบคุณมากๆค่ะ
ถ้าชอบใจ ก็กดไลค์หรือเขียนคอมเมนต์ และแชร์ด้วย
ป้าจะได้กล้าค้นคว้าหาอ่านเรื่องราวอื่นๆ และเขียนยาวเยื้อยและลงลึกอย่างนี้อีก
(จวนจะตีหนึ่งวันที่ 22 กรกฏาคม แล้วค่ะ
เลยวันเกิด Robin Williams มาเกือบชั่วโมงแล้ว)
ป้าศรี
คุณหญิงจำนงศรี หาญเจนลักษณ์
22.07.2569
(ต้องขอบคุณ AI ที่ช่วยค้นหาข้อมูลและแหล่งข้อมูล)
อ้างอิง
สีหนุ่ม เชิญยิ้ม (บุญธรรม ฮวดกระโทก): ผู้จัดการออนไลน์ (MGR Online), Sanook, Kapook และ Wikipedia
โรบิน วิลเลียมส์ — โรคสมองเสื่อมลูวีบอดี:
- Susan Schneider Williams, "The terrorist inside my husband's brain," Neurology (American Academy of Neurology), 2016
- Lewy Body Dementia Association — lbda.org
- CNN Health, 2022 — cnn.com
- Brain & Life, American Academy of Neurology — brainandlife.org
จาก FB: โต๊ะป้าศรี




ความคิดเห็น