ความเหงาที่ไม่ง่อย
- 4 วันที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที
ป้าศรี/คุณหญงจำนงศรี หาญเจนลักษณ์
ความเหงาเป็นสิ่งที่ข้าพเจ้ารู้จักดีมาก เพราะถูกส่งไปอยู่โรงเรียนประจำที่มีแต่เด็กผู้หญิงล้วนๆ ในชนบทเล็กๆ เงียบๆ ริมทุ่งหญ้ากับป่าใหญ่ (New Forest) ทางใต้ของประเทศอังกฤษ เมื่ออายุเพียง 12 ปี พูดภาษาอังกฤษก็งูๆ ปลาๆ มิหนำซ้ำเด็กในโรงเรียนยังเป็นคนอังกฤษทั้งหมด ยกเว้นคนหนึ่งที่เป็นลูกครึ่งอังกฤษอเมริกัน อีก 1 หรือ 2 ปีต่อมา จึงมีเด็กโปรตุเกตที่เกิดปีเดียวกันเลย ชือ Teresa Correa de Barros เข้ามากลายเป็นเพื่อนรักกัน เพราะเป็นเด็กต่างชาติล้วนๆ เพียง 2 คนในโรงเรียน
จำได้ว่าแรกๆ นั้นเหงาจนปวดหัวใจ เจ้าตัวเหงามักจะมาแรงสุดในวันที่หนาวเย็น ชื้นแฉะ และมัวซัว เป็นความรู้สึกแปลกแยก โดดเดี่ยว โหวงเหวง อย่างพูดไม่ถูก

จะมีสักกี่คนที่ไม่เคยรู้จักความเหงา ในเมื่อมนุษย์เราเป็นสัตว์สังคมที่ต้องการคนที่เข้าอกเข้าใจ แม้อยู่กับคนมากๆ ก็ยังเหงาได้ อาจจะยิ่งเหงากว่าอยู่คนเดียวด้วยซ้ำ อย่างเช่นในช่วงต้นๆ ที่โรงเรียนประจำของข้าพเจ้านั่นแหละ
แต่ถึงวันนี้ ก็ต้องย้อนไปขอบใจเจ้าตัวเหงา ที่มันช่วยให้ข้าพเจ้ารักการอ่าน รักศิลปะ รักธรรมชาติ ที่มันปลูกฝังการรู้จักหาความสนุกสนาน จากการสังเกตรายละเอียดต่างๆ รอบตัว ทำให้ได้เรียนรู้ว่า ความงามของธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นป่า นก เมฆ ธารน้ำ หรือแม้กระทั่งสัมผัสของสายลม ให้ความสุขชื่นบานที่ไม่ต้องซื้อหา เพียงถ้าเราเปิดใจรับความสุขจากความงามนั้น
ความเหงาช่วยสอนให้ข้าพเจ้าอยู่กับตัวเองได้อย่างสร้างสรรค์ ให้รู้จักถักทอความสุขจากการคิด การเขียน อย่างที่กำลังทำอยู่ในวินาทีนี้ วันที่เขียนเรื่องสั้นครั้งแรกเมื่ออายุ 15 - 16 ปีนั้น เป็นวันฝนพรำที่หนาวสั่นขมุกขมัว จำได้ว่าจับปากกาตอนที่เหงาจัด จนรู้สึกว่าเซียวซีดไปทั้งโลก เรื่องสั้นเรื่องนั้นมีเนื้อหาเชิงจิตวิเคราะห์ ทั้งๆ ที่ไม่เคยเรียนจิตวิทยา ก็ความเหงานั่นแหละเป็นครู พอเขียนๆ ไปครูก็ถอยหายไปเมื่อไรไม่รู้ เหลือแต่ความอิ่ม สงบ สบาย มิหนำซ้ำยังเข้าใจจิตใจตัวเองได้ดีขึ้น
ข้อดีของความเหงาอีกข้อหนึ่ง คือสอนให้รู้ซึ้งถึงความสำคัญของ ‘เพื่อน’ ในความหมายของผู้ที่พร้อมจะให้ความเข้าใจ กำลังใจ การตำหนิและทักท้วงด้วยหวังดี
แต่ในมุมกลับ มันก็ทำให้โหยหาและไขว่คว้าอะไรต่ออะไร ด้วยหวังว่าจะเติมให้ใจเต็ม โดยลืมคิดว่า ใจที่พร่องโหว่หลงง่าย มีคนขี้เหงานักต่อนักที่ผลีผลามคว้าใครสักคนมาเป็น ‘เพื่อนชีวิต’ ถ้าโชคดีก็ดีไป โชคร้ายก็เจอปัญหาเลวร้ายตามมาเป็นหาง
ถ้าจะตกลงปลงใจกับใครสักคน อย่าลืมถามตัวเองสักนิดว่า “ฉันเลือกเขา หรือเจ้าตัวเหงามันเลือกให้”
เราทุกคนมีเพื่อนสนิทคนหนึ่งที่มักจะถูกมองข้าม ทั้งๆ ที่อยู่กับเรามาแต่ไหนแต่ไร เป็นทั้งเพื่อนเกิด เพื่อนกิน และเพื่อนตาย... ก็ตัวเราเอง ไงล่ะ
ถ้าเริ่มเหงา อย่ามัวแต่นั่งฟังเพลงเศร้า ให้ลุกขึ้นกระวีกระวาดชวนเพื่อนคนนี้ทำโน่นนี่ จะอาสาสมัครช่วยเหลือคนอื่น เช่น เด็ก คนแก่ คนพิการ หรือไปออกกำลังกาย ว่ายน้ำ อ่านหนังสือ หรือเรียนอะไรดีๆ ก็ได้ทั้งนั้น ข้าพเจ้าหัดพิมพ์ดีดภาษาไทยด้วยตัวเองเมื่ออายุห้าสิบกว่า ซื้อคู่มือมาหัด พิมพ์แข่งกับตัวเองไป ได้ทั้งความสนุกและทักษะการใช้งานมาจนทุกวันนี้
การเล่นกีฬา ทำสวน หรือทำครัวอย่างกระฉับกระเฉงก็สนุก ร่างกายได้เคลื่อนไหว สูบฉีดสารเอนดอร์ฟิน (endophine) ซึ่งนักจิตวิทยาเรียกว่า ‘สารแห่งความสุข’ ให้จิตใจแจ่มใส ใจก็มีสมาธิกับสิ่งที่กำลังทำ ซึ่งช่วยให้อารมณ์ราบรื่นได้อย่างวิเศษ
นอกจากนั้นแล้ว ความชอบที่จะค้นหาความรู้ในเรื่องที่อยากรู้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องต้นไม้ อาหาร หรือวิทยาการต่างๆ ตลอดจนธรรมะ จากทั้งหนังสือและอินเทอร์เน็ต ทำให้ความรู้แตกฉาน และสนุกสนาน จะเล่นคอมพิวเตอร์เกมลับสมองก็ยังได้ คนรักสวนก็ได้รู้จักต้นไม้ใหม่ๆอคนรักครัวก็ได้ตำราอาหารที่จะเอามาดัดแปลงตามอัธยาศัย แล้วเอาไปแบ่งปันให้ใครๆ ได้อร่อยด้วย ตัวข้าพเจ้าเองชอบเข้ากูเกิ้ล หาบทความใหม่ๆ อ่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทความด้านจิตวิทยา
‘กระฉับกระเฉง กระวีกระวาด’ นั้นสำคัญมาก เพราะการเคลื่อนไหวเอื่อยๆ ช้าๆ หรือนอนก่ายหน้าผากทอดอาลัย จะช่วยให้เจ้าตัวเหงาได้ใจ ยิ่งขยายโตใหญ่จนคับหัวอก
ถ้าใครลองมองอาการของเจ้าตัวเหงาในใจตัวเอง จะเห็นว่ามันไม่แน่ไม่นอน เมื่อใดที่เราจดจ่ออยู่กับปัจจุบันขณะ มันก็จะจางหาย ถ้าฝึกสมาธิให้จิตพอนิ่งได้ ก็จะดูให้รู้จริงได้ว่า มันเกิดจากอะไร และให้เห็นจริงว่า ‘อะไร’ ที่ว่านี้ไม่ได้อยู่ภายนอก แต่อยู่ที่กายกับใจเรานี่แหละ
แต่ทว่าเมื่อใดความเหงากลายเป็นความซึมเศร้า จนรู้สึกว่าไม่อยากมีชีวิตอยู่ ก็ขอให้รู้ว่าเป็นสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบปรึกษาจิตแพทย์ หรือนักจิตวิทยาโดยเร็ว หรืออาจจะติดต่อศูนย์ต่างๆ ที่ให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์ เช่น ฮ็อตไลน์ของกรมสุขภาพจิต
ความเหงาอาจจะทำลายเรา หรือท้าทายสติปัญญาเราให้ค้นหาเส้นทางสู่ความสุขที่หนักแน่นมั่นคง สู่หัวใจที่ไม่เหงา...
ขึ้นอยู่กับตัวเราเอง มิใช่ใครอื่น
บท: ความเหงาที่ไม่ง่อย
ผู้เขียน: คุณหญิงจำนงศรี หาญเจนลักษณ์ (ป้าศรี)
หนังสือ: เข็นครกตัวเบา
ภาพ: New Forest, UK
จาก FB: โต๊ะป้าศรี CH Table




ความคิดเห็น