"อุ๊ยตาย คุณยายตกนํ้า"
- Chamnongsri Hanchanlash
- 9 ม.ค.
- ยาว 1 นาที
คุณหญิงจำนงศรี หาญเจนลักษณ์ (ป้าศรี)
บทความ(พิลึกๆ)นี้ เขียนเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 18 ปีแล้วนะคะ เจ้าหลานชายที่อายุ 6 ขวบ ตอนนั้น ขณะนี้อายุ 24-25 แล้วค่ะ
…………..
บทความนี้ชื่อ
“อุ๊ยตาย คุณยายตกนํ้า“
มีคำอุทานโบราณๆ ที่ข้าพเจ้าไม่ค่อยรู้สึกร่วมสักเท่าไร คือ “อุ๊ยตาย ตาเถรตกน้ำ”
ถ้าเปลี่ยนเป็น...
“อุ๊ยตาย คุณยายตกน้ำ” น่าจะเข้าท่ากว่า
เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ข้าพเจ้ากับลูกหลานพากันไปเที่ยวกุ้ยหลินในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงของประเทศจีน เมืองนี้ขึ้นชื่อลือนามว่าภูเขางาม มีภูเขาหินนับร้อยลูก หน้าตาเหมือนภูเขาในภาพพู่กันจีนโบราณยังไงยังงั้น
ในวันที่หมอกปลายฤดูหนาวยังอ้อยอิ่งอยู่ในสายลม ลูกๆ และเขยสะใภ้พร้อมหลานยายหลานย่าทั้งหกของข้าพเจ้าพากันไปปีนเขา ไปดูถ้ำงามในชนบทที่ไกลพอสมควรจากตัวเมืองที่เราพัก ในเมื่อช่วงนั้นหัวเข่าไม่เป็นใจกับการป่ายปีน ข้าพเจ้าจึงชวนเจเจเดินดูหมู่บ้านเชิงเขา ซึ่งมีเล้าหมู เล้าไก่ และบ้านน้อยๆ เพียงไม่กี่หลัง เป็นความสนุกสนานตามประสาคนแก่ ที่ยังไง้ยังไงก็ไม่รู้สึกแก่
เดินไปสำรวจหมู่บ้านที่แสนจะเงียบ เลียบทะเลสาบกว้างที่นิ่งเหมือนกระจก มีไอหมอกขาวห่มคลุม สวยเศร้าเหมือนภาพเขียน ในน้ำมีแพไม้ไผ่ลอยเรียงกันสามสี่แพ เป็นแพคนจับปลาแคบนิดเดียว สัก 60 เซนติเมตรเห็นจะได้ แต่ดูคล่องตัวมาก ทำด้วยปล้องไม้ไผ่ยาวๆ สักสามหรือสี่ปล้องอ้วนๆ มัดเรียงกัน ปล่อยให้น้ำปริ่มขึ้นมาระหว่างปล้อง
สนใจน่ะสิ...ไหนๆ จะต้องรอลูกหลานอีกนานเท่าไรก็ไม่รู้ สองตายายจึงเร่เข้าไปใช้ภาษามือจ้างให้ชาวบ้านผอมๆ คนเดียวที่อยู่ตรงนั้นช่วยถ่อแพพาเราไปกลางทะเลสาบ เมื่อสองเราลงไปโงนเงนอยู่บนแพแล้ว เขาก็ส่งม้าไม้ตัวจิ๋วให้นั่งคนละตัว ให้ต่างคนต่างนั่ง ความแคบของแพปริ่มน้ำทำให้รู้สึกเหมือนนั่งอยู่บนผืนน้ำที่ดูเขียวเหมือนหยก สนุกหลาย บรรยากาศก็โรแมนติกเป็นยิ่งนัก (แพเหมือนในภาพเลยค่ะ เขาใช้จับปลา)
แพปล้องไผ่ลอยไหลอย่างรื่นเรียบออกจากฝั่งได้สักครู่ เจ้าม้าไม้ที่รองก้นข้าพเจ้าอยู่ ก็ตัดสินใจพาข้าพเจ้าไหลปรู๊ดลงไปลอยคอในน้ำเขียวปี๋ที่เย็นเจี๊ยบ
ความคิดที่แวบขึ้นมาในครึ่งพริบตาของการไหลเลื่อนลงน้ำ เป็นทำนอง “ทำไงได้ ฉันกับกระเป๋าที่คล้องแขนอยู่จะลงไปลอยคอในทะเลสาบเมืองจีน นี่เป็นสถานการณ์ที่อยู่นอกเหนือความควบคุมของฉัน” เป็นความรับรู้ที่วาบแวบใสแหนว ขณะที่จะไหลลงไปหัวเราะกิ๊กอยู่ในน้ำ สามีข้าพเจ้ารึแทนที่จะตกอกตกใจกลับหัวเราะก๊ากๆ ขณะที่ออกแรงลากดึงข้าพเจ้าขึ้นแพ ซึ่งเสี่ยงกับการหัวทิ่มลงน้ำตามลงมาเป็นยิ่งนัก
ลูกหลานอยู่ตรงไหนถ้ำไหนภูเขาไหนก็ไม่รู้ ทำไงได้ นักเขียนแก่ๆ ที่ชุ่มแฉะก็เอาผ้าคลุมไหล่ที่ใครทิ้งไว้ในรถเช็ดตัวให้แห้งเท่าที่จะทำได้ อยากเปลี่ยนเสื้อกางเกงที่เปียกม่อกแม่ก แต่เมื่อสำรวจดูรอบรถตู้ก็เห็นแค่เสื้อกันหนาวสีฟ้าของหลานวัย 6 ขวบ จำใจต้องยัดตัวเองเข้าให้ได้ แล้วก็สำเร็จอย่างมหัศจรรย์
ความเจริญทางเทคโนโลยีในยุคนี้ ทำให้เราเผชิญ ผจญสถาน-การณ์ที่ควบคุมไม่ได้น้อยกว่าในสมัยก่อนๆ คนกรุงเทพฯคนไหนแก่พอที่จะจำชีวิตก่อนมีโทรศัพท์มือถือ คงจำได้ว่าการที่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้ กลางท้องถนนที่จราจรติดเป็นแท่งตังเมนั้นเป็นอย่างไร
เราสองตายายเคยขับรถเร่ร่อนไปในแคว้นโปรวองซ์ (Province) ซึ่งเป็นชนบทแสนสวยตอนใต้ของฝรั่งเศส ล็อกกระเป๋าเสื้อผ้า หนังสือเดินทาง ตั๋วรถไฟ ตั๋วเครื่องบิน คอมพิวเตอร์ และงานการสารพัดไว้ในกระโปรงท้ายรถ พร้อมปิดล็อกเรียบร้อย ระหว่างที่เราออกไปเดินเล่นชมโบสถ์บนภูเขา ก็มีขโมยมือดีมาปลดล็อกรถ เปิดท้ายกวาดไปอย่างเกลี้ยงเกลาไม่เหลือหลอ
ไปแจ้งตำรวจ แต่โรงพักในชนบทเล็กๆ ของฝรั่งเศสมีการปิดพักเที่ยง โทรศัพท์เข้าไป ตำรวจก็ไล่ให้ไปหาข้าวกิน อีกชั่วโมงค่อยกลับมาแจ้งความ จะทำไงได้ ก็ขำน่ะสิ ยังจำได้ว่าอาหารเที่ยงมื้อนั้นเชฟฝีมือดีชะมัด จะเดือดร้อนไปไย ในเมื่อการท่องเที่ยวครั้งนั้นสนุกจะตาย
ชีวิตหยิบยื่นประสบการณ์ประเภทนี้ ทั้งเรื่องเล็กๆ และเรื่องใหญ่ๆ ให้เราใช้เป็นเครื่องบ่มเพาะอารมณ์ขันยามวิกฤติ จะพูดว่ามันเป็นเครื่องฝึกการปล่อยวางก็ได้ ต้องปล่อยสิ จะทำไงได้ล่ะ
คนทำหนังทำละคร เอาสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้มาใช้เรียกอารมณ์ขัน
ในชีวิตจริง เราก็แค่เปลี่ยนมุมมองให้เห็นตัวเองเป็นตัวละครในฉากตลกสิคะ
ฝึกทำสักพัก เหมือนขับรถเข้าเกียร์มือ บ่อยๆเข้ามันก็กลายเป็นเกียร์อัตโนมัติไปเอง
จาก บท: อุ๊ยตาย "คุณยายตกน้ำ" หนังสือ: เข็นครกตัวเบา
FB: โต๊ะป้าศรี CH Table 7 ธันวาคม 2025





ความคิดเห็น