top of page

The Rider With a Destination/

ชายผู้ขี่ม้าอย่างมีจุดหมาย

Chamaipron Sangkachang

Translated: Chamnongsri Rutnin Hanchanlash

บทกวี: ชมัยภร แสงกระจ่าง

แปล: คุณหญิงจำนงศรี หาญเจนลักษณ์




1


Buddhist Era 2531

I walked into Suan Mok

Tightly grew the tall trees… peaceful and cool

พุทธศักราช 2531

ฉันเดินเข้าไปในสวนโมกขพลาราม

ต้นไม้สูงขนัดแน่น สงบเย็น

2


A plump monk sat in front of his kuti

In triple homage, I prostrated on the sandy earth

Cock-a-doodle-doo, crowed a cock on his shoulder

พระรูปอ้วนนั่งอยู่หน้ากุฏิ

ฉันก้มกราบลงแทบลานทราย

ไก่ขัน เอ้ก อี๋ เอ้ก เอ้ก บนบ่าของพระ



3


The monk chuckled as he told a tale

Listeners surrounded him

It was the tale of a horseman

พระหัวเราะหึ ๆ

กำลังเล่านิทานให้คนรายรอบฟัง

นิทานเรื่องชายผู้ขี่ม้า


4


“Into a village, came a rider

Galloping his horse down the road

Galloping, galloping, as though in dire haste

"ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่ง

มีชายผู้หนึ่งขี่ม้าโจนโผนมาตามทาง

ราวว่ากำลังมีธุระร้อนรน


5


The neighing of the horse resounded

As its legs lashed the air

And its hoof-prints blew smokes of dust

เสียงม้าร้องก้องกังวาน

ขาทั้งสองลอยอยู่กลางอากาศ

ฝุ่นตลบฟุ้งตามรอยเท้า


6


The people pointed in excitement

Where is that rider on the white horse heading?

Asked one,

It’s a black horse he is riding! Another argued.

ผู้คนต่างชี้ชวนกันดูอื้ออึง

ชายผู้ขี่ม้าขาวจะไปไหนนั่น

คนหนึ่งว่า

โอ ชายผู้ขี่ม้าดำต่างหาก อีกคนโต้


7


A little child with innocent eyes

Clear eyes that watched wonderingly

He shouted, ‘Where are you going?’

เด็กเล็ก ๆ คนหนึ่งนัยน์ตาใสซื่อ

มองด้วยความฉงน ตะโกนถามขึ้น

ท่านจะไปไหนนั่น เสียงเซ็งแซ่ถามตาม


8


The rider slackened his pace

Looked at the questioner with blank eyes

And replied… ‘I don’t know’

ชายผู้ขี่ม้าลดฝีเท้าม้าลง หันมามองผู้ถาม

ด้วยนัยน์ตาอันเลื่อนลอย

ตอบว่า ไม่รู้สิ


9


Why… Is that so!

All the watchers were nonplussed

But, you are the rider, the one riding the horse

อ้าว.....

เสียงผู้คนรายรอบงุนงงสงสัย

ท่านเป็นผู้ขี่ม้าเองน


10


The horseman turned

Gave a jaded smile and replied

“Where ever the horse will take me”

ชายผู้ขี่ม้าหันมายิ้มกร่อย ๆ

แล้วตอบว่า

แล้วแต่ม้าจะพาไป


11


The horse plunged forward, the rider on its back,

And disappeared into the forest

And… that’s the end of the story

ว่าแล้วม้าก็พาชายผู้ขี่ม้ากระโจนลับหาย

ไปในชายป่าเบื้องหน้า

นิทานจบเพียงเท่านี้"


12

The monk chuckled

And looked into the listeners’ eyes

Silence reigned

พระผู้เล่าหัวเราะหึ ๆ

มองตาผู้คนโดยรอบ

เงียบทั้งลานทราย


13


“Your lives are like the rider,”

Said the monk. “On horseback,

But still not knowing where to go”

พระว่า "ชีวิตพวกท่าน

ก็เหมือนชายผู้ขี่ม้านั้น

ขึ้นมาอยู่บนหลังม้าแล้ว

ยังไม่รู้ว่าจะไปไหน


14


The monk was named Buddhadassa

He was not an aimless rider

But a rider with the clearest purpose

พระรูปนั้นชื่อพุทธทาส

เขามิได้เป็นชายผู้ขี่ม้าโดยไร้จุดหมาย

แต่เป็นชายผู้ขี่ม้าโดยมีจุดหมายแจ่มชัด


15


He would slave for the Lord Buddha

Devoting his life to the perpetuation

Of the Dharma

เขาตั้งใจเป็นทาสพระพุทธเจ้า

สืบต่อพุทธศาสนา

โดยการเรียนรู้และเผยแผ่อย่างสุดจิตสุดใจ




16


None need ask his destination

For he has announced it for all to hear

I’m riding the horse, knowing exactly where to go

คนรายรอบไม่ต้องตะโกนถาม

หากเขาตะโกนบอกเองว่า

ตัวกูของกู กูปล่อยวางแล้ว

กูขึ้นม้าแล้ว กูรู้ด้วยว่ากูจะไปไหน


17


“Because this arises

That comes into being

It’s the wheel of Dependent Origination”

"เมื่อมีสิ่งนี้

จึงมีสิ่งนั้น


18


“Be not distressed

For things are as they are”

"อย่าทุรนร้อน

ทุกอย่างเป็นเช่นนั้นเอง

"ตถตา"


19


“The world is subject to a perpetual state of

Impermanence, conflict and not-self

Come, seek the coolness of Nirvana

"โลกนี้เป็นไตรลักษณ์

จงแสวงหาความเย็นเป็น "นิพพาน" เถิด"


20


Come, people, come

Take the rein of your horse of life

And, with mindfulness, ride to your destination

"มนุษย์เอย

จงขี่ม้าแห่งชีวิตของตนเอง

ไปสู่จุดหมายด้วยสติอันสมบูรณ์เถิด"


21


He who told the tale has reached his destination

How about the listeners?

Have they chosen theirs?

วันนี้ พระผู้เล่านิทานได้ไปสู่จุดหมาย

ปลายทางแห่งชีวิตแล้ว

เหลือแต่คนฟังนิทานเท่านั้น

ที่จะเลือกจุดหมายปลายทางแห่งชีวิต

ด้วยตนเอง


ชมัยภร แสงกระจ่าง/Chamaipron Sangkachang

มิถุนายน 2548/June 2005


 





ดู 3 ครั้ง0 ความคิดเห็น

โพสต์ที่คล้ายกัน

ดูทั้งหมด

コメント


bottom of page