top of page

Inside Out สนทนาภาษาหนัง

(โครงการภาพยนตร์กับผู้สูงอายุ)


ภาพจาก IMDB


"Crying helps me slow down and obsess over the weight of life's problems. การร้องไห้ช่วยให้ฉันช้าลงและได้ไตร่ตรองถึงปัญหาในชีวิต"-Sadness


"Alright everyone, fresh start. We are going to have a good day, which will turn into a good week, which will turn into a good year, which turns into a good life! เอาล่ะทุกคน เรามาเริ่มกันใหม่ เราจะมีวันที่ดี ที่จะกลายเป็นสัปดาห์ที่ดี รวมเป็นปีที่ดี และเปลี่ยนไปเป็นชีวิตที่ดี” – Joy


บันทึกสนทนาสกัดบทเรียนจากภาพยนตร์ เรื่อง Inside Out

วันที่ 27 มกราคม 2560 ในโครงการภาพยนตร์กับผู้สูงอายุ

โดยหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ร่วมกับ

ศูนย์ฝึกสมองโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

สนับสนุนโดยบริษัท ปิรามิด ดิจิตอล จำกัด

ณ ห้อง 230/1 อาคารแพทยพัฒน์

โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

ผู้ร่วมสนทนา คุณหญิงจำนงศรี หาญเจนลักษณ์ คุณสุนิสา สุขบุญสังข์ และ ผศ.นพ.สุขเจริญ

ตั้งวงษ์ไชย ดำเนินรายการโดย สัณห์ชัย โชติรสเศรณี


เรื่องย่อ: ราวของการต่อสู้ที่เกิดขึ้นภายในหัวของ ไรเลย์ เป็นการต่อสู้ของคนกับภายในของตัวเอง ที่ประกอบด้วยอารมณ์อันหลากหลาย ทั้ง รื่นรมย์(Joy ) เศร้า (Sadness) โกรธ (Anger) กลัว (Fear)และ รังเกียจ(Disgust) ดังที่ Joy พูดว่า "เคยไหมที่เรามองใครบางคนแล้วคิดว่า มีอะไรเกิดขึ้นภายในหัวของเขานะ"

ในการร่วมพูดคุยถึงภาพยนตร์เรื่องนี้ คุณหญิงจำนงศรี ได้ให้มุมมองไว้ว่า


"วันนี้เป็นวันแรกที่ดูจบ เพราะว่าดูมาก่อนแต่ไม่มีเวลาดูจนจบ วันนี้ดูจนจบ ต้องบอกว่าประทับใจมาก ในจุดที่ชอบมากคือ การจูงมือของ Joy กับ Sadness เพราะว่ามันเป็นความสัมพันธ์ที่สำคัญและงดงาม แล้วก็เป็นคนเห็นว่า ถ้าไม่มี Sadness เราจะไม่เข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร แล้วก็จะไม่เห็นว่าเส้นทางของ Sadness ที่มาสู่ Joy มันเชื่อมกันยังไง ที่สำคัญ Sadness มันทำให้เราเกิดความเห็นอกเห็นใจคนอื่น ทำให้เห็นอกเห็นใจตัวเอง มันเกิด Empathy มันมากกว่าการเห็นอกเห็นใจ มันมีความรู้สึกร่วม มันทำให้โลกงดงาม ทำให้โลกงดงามด้วยการเข้าใจและการเชื่อมสัมพันธ์กันระหว่างความเป็นมนุษย์ มันนำไปสู่ Joy เพราะงั้นมันน่าสนใจมากว่าเขาทำในลักษณะที่ Joy ใสเป็นสีทอง แล้วพอแตะแล้วมันมีสีเศร้า แล้วคนเราก็พยายามกันความเศร้าออกไป แต่ที่งามที่สุดในตอนจบคือ สีทองที่มีสีฟ้า เพราะว่ามันทำให้เกิดปัญญา"


"สติ คือฉาก คือเวที ที่สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น คือคนที่รู้สติเห็นฉากอันนี้ คือคนดู ขณะที่เราดูหนังเรื่องนี้ เราคือสติ แต่ถ้าพูดในหนัง ตัวเวทีคือฉากห้องอันนั้น ที่สิ่งเหล่านี้มันเล่น คือตัวสติที่อยู่ตลอดเวลา แต่ถ้าคนดู ดูแต่การเล่นของตัวละคร มันก็อาจจะไม่เห็นสติ ที่อยู่ในตัวฉาก space ที่ตัวเหล่านี้มันเล่นอยู่ ดังนั้นในชีวิตจริงของเรา ในภาษาของธรรมะ เวลาเราถอยออกมาแล้วเห็นสิ่งต่าง ๆ คือเราถอยมาเป็นฉาก ...อริยสัจ 4 เริ่มจากทุกข์ ถ้าไม่เห็นทุกข์ ก็ไม่เห็นเหตุของทุกข์ เพราะฉะนั้นเส้นทางของ Pure Joy คืออิสรภาพ ซึ่งเริ่มต้นจากการสามารถเห็นทุกข์ได้

"ป้าเห็นจุดหนึ่งในหนังที่น่าสนใจ คือตอนที่เด็กกำลังลง แล้ว Emotion(อารมณ์) ต่างๆ มันไม่อยู่แล้ว มันไม่รู้จะทำยังไงแล้ว Out of Action หมดเลย ตอนนั้นคือกำลังจะจมลงไปใน Depression ใช่ไหม ถ้าปล่อยให้จมลงไปมากๆ มนุษย์เราจะเป็นจิตเวชนะคะ บางคนอาจจะบอกว่าอารมณ์เป็นสิ่งไม่ดี แต่จริงๆ แล้วการไม่มีอารมณ์เลย ก็ไม่ใช่ มันจะกลายเป็นจิตเวช กลายเป็นปัญหา กลายเป็นโรค

"พวกอารมณ์ต่างๆ มัน Out of Action ไม่ใช่ด้วยสติปัญญาของเด็ก มัน Out of Action เอง เพราะว่ามัน break หมดแล้ว เพราะฉะนั้นแล้วมันไม่ใช่ logic มันไม่ใช่ reasoning มันไม่ใช่ wisdom มันไม่เหมือนกับถ้าเราจะทำสมาธิแล้วจิตนิ่ง เรา action ที่ทำให้เกิดเหตุของการหยุด แต่ในหนังมันไม่ใช่ มันเป็นการร่วงสลาย ใน depression ความคิดและอารมณ์ต่างๆ มันตายหมด แต่ไม่ใช่เพราะสมาธิ


"มีคำเปรียบเทียบที่ตัวเองยกขึ้นมาบ่อยๆ คือเรื่องของคลื่น คลื่นอยู่ที่ผิว ใต้สมุทรลงไปเป็นพื้นน้ำที่นิ่งและเย็น ตัวคลื่นมันแค่เกิดขึ้นแล้วก็หายไป อันหนึ่งที่ป้าศรีพึ่งเขียนคอลัมน์ไปคือ แฟชั่น ฉันสุข ทุกข์ไม่เป็น เดี๋ยวนี้แฟชั่นคิดบวกกลายเป็นอะไรที่เหมือนหิ้วกระเป๋า Louis Vuitton มันเป็นการแบบว่าฉันต้องสุข ฉันต้องคิดเป็น ฉันต้องคิดบวก ถ้าฉันทุกข์คือฉันไม่เก่ง อันนี้เลยเขียนประท้วงไป จริงๆ แล้ว สุขกับทุกข์มันก็แค่ก้อนเดียวกัน สีทอง กับสีฟ้า มันสวยในตัวเองด้วยซ้ำ

"ความเศร้าก็สำคัญมากเลย ในชีวิตของเรา ความเศร้าทำให้เกิดการรู้สึกขอโทษ เป็น positive regret คือไม่ได้โทษตัวเอง

"3 ตัวที่สัมพันธ์กันมากเลย คือ ความกลัว ความโกรธ ความรังเกียจ ที่จริงแล้ว ทั้งหมดคืออารมณ์เดียวกัน คืออารมณ์ของการไม่เอา ปฏิกิริยาต่อการไม่เอา คือโกรธเพราะว่าได้ในสิ่งที่ไม่อยากได้ สิ่งที่ไม่อยากได้คือสิ่งที่มันกลัว คือสิ่งที่มันรังเกียจ วนกันอยู่ 3 ตัวนี้ คิดว่าเขา(ผู้กำกับ)เก่งนะ ที่ให้3 ตัวนี้เล่นกันเอง นี่เป็นจุดที่ตัวเองสังเกตแล้วชอบทีเดียว ชอบที่เขาจับกลุ่มกัน"


ติดตามบทสนทนาทั้งหมดได้ที่

 

ดู 58 ครั้ง0 ความคิดเห็น

Commentaires


bottom of page