top of page

แก้แค้นมุมบวก

  • 4 วันที่ผ่านมา
  • ยาว 1 นาที

ป้าศรี/คุณหญิงจำนงศรี หาญเจนลักษณ์



ผู้หญิงคนหนึ่งเคยมีศัตรูคู่แค้นที่ฟาดฟันกันทุกกระบวนยุทธ์ ไม่ใช่แค่ระดับทะเลาะเบาะแว้งธรรมดาๆ แต่เข้าขั้นที่เล่นงานกันให้ถึงแหลกหลุด ที่ทำให้ยิ่งสาหัสก็เพราะสามีเธอเองเป็นเหตุความขัดแย้ง … ถ้ามีใครมาบอกว่าสักวันหนึ่งคู่อาฆาตคนนี้จะกลายเป็นมิตรที่ไว้เนื้อเชื่อใจ เธอจะต้องตอบอย่างเด็ดขาดว่า เป็นไปไม่ได้แน่นอน


แต่ความมั่นใจกับความแน่นอนก็เป็นสิ่งที่ไม่ค่อยจะแน่จะนอนนัก เพราะ ณ วันนี้อดีตคู่แค้นก็ได้เปลี่ยนและกลายเป็นเพื่อนแสนดีที่ช่วยดูแลโน่นนี่ให้เธออย่างสม่ำเสมอและจริงใจกันไปเสียแล้ว

สถานการณ์ต่างๆ ที่พลิกผันได้อย่างนึกไม่ถึงอยู่บ่อยๆ ทำให้เรื่องราวของชีวิตมนุษย์เราถูกนำมาร้อยเรียงเป็นหนังสือนับไม่ถ้วน และเอามาทำเป็นหนังละครให้ดูกันได้ไม่รู้จักหมดจักสิ้น


สำหรับเรื่องศัตรูกลายเป็นมิตรในเรื่องนี้ จุดหักเหเกิดขึ้นเมื่อสามีเธอตายลงอย่างกะทันหัน เป็นเหตุให้เธอพลิกผันขึ้นมาอยู่ในสถานะที่จะแก้แค้นคู่ต่อสู้ให้ยับเยินอย่างไม่มีทางสู้

แต่เอาเข้าจริง อารมณ์โกรธเกลียดที่เขม็งเกลียวมาเป็นปีๆ เหือดหายไปไหนก็ไม่รู้ ความตายของคนใกล้ตัวทำให้รู้ว่าชีวิตคนเราแต่ละคนนั้นไม่รู้ว่าจะจบลงที่ไหน เมื่อไร จะทำวันเวลาให้เสียไปทำไมกับความแค้น หัวใจคนเรามีค่าเกินกว่าที่จะร้อนรุ่มกับการมีศัตรูร่วมโลก จู่ๆ เธอก็รู้สึกอยากเป็นเพื่อนกับคนที่ทำร้ายกันมานานปี เหมือนอยากรีดเสื้อดีๆ ที่ยับยู่ยี่ให้เรียบสวยใส่สบาย


แค่คิดอย่างนี้จิตใจก็เริ่มโปร่งคลาย เปิดให้ความสุขไหลคืนมากว่าครึ่ง และก็ยังทำให้เส้นแบ่งระหว่าง เขาที่ร้ายกาจ กับ ฉันที่แสนดี เลือนลงอย่างมหัศจรรย์ คนเราเข้าข้างตัวเองน้อยลงก็กระจ่างขึ้นเป็นธรรมดา ทำให้เห็นว่าแบ่งแยกไปทำไม ในเมื่อทั้งสองคนแค่เป็นมนุษย์เดินดินที่รู้เจ็บ รู้ร้อน รู้หิว รู้อยาก และมีเหตุผล มีอารมณ์ตัวเอง ใครเป็นพรรคเป็นพวกใครก็ว่าฝ่ายนั้นดี อีกฝ่ายเลว


เธอเริ่มมองเห็นข้อดีของศัตรูเก่าและให้เกียรติเขาด้วยความไว้วางใจ ให้สิทธิอำนาจที่ควรให้ในหน้าที่การงาน มอบเงินก้อนใหญ่ให้เป็นการตอบแทนความจงรักภักดีที่มีต่อสามีเธอ ถึงแม้ว่าความจงรักภักดีนั้นจะออกมาในรูปการต่อสู้ฟาดฟันกับตัวเธอเองก็ตาม


เธอไม่เสี่ยงรื้อเรื่องเก่าๆ มาปรับความเข้าใจว่าทำไมคุณทำอย่างนั้น ทำไมฉันทำอย่างนี้ เพราะฉลาดพอที่จะรู้ว่า รื้อไปรื้อมาดีไม่ดีเกิดเป็นเรื่องให้ค้างใจ เป็นเขาเป็นเรากันต่อไปอีก สู้ลืมเสียให้หมด วัตถุสิ่งของใดที่ควรทิ้งเพื่อไม่ให้สะกิดใจก็เผาทิ้งหรือแจกให้คนอื่นไป มาพิสูจน์ความเป็นมิตรด้วยการกระทำในปัจจุบันและต่อๆ ไปจะดีกว่า ซึ่งก็ดีกว่าจริงๆ


คนที่รู้เหตุการณ์แต่ต้นก็ตั้งคำถามกันบ้างเหมือนกันว่า เธอคิดอย่างไร มีเหตุผลอะไร คนถามคงจะนึกว่าเธอใช้วิทยายุทธ์ที่เฉียบแหลมประเภทปัญญาขงเบ้งอะไรทำนองนั้น

“ไม่ใช่หรอก เป็นการแก้แค้นน่ะ” เจเจเฉลยขึ้นมาอย่างไม่มีใครเชื้อใครเชิญ แล้วก็อรรถาธิบายต่อไปว่า “ให้อีกฝ่ายเห็นว่าเราเป็นคนดีจนเป็นเพื่อนกันได้ โอ๊ย นี่มันท้าทายนะ เป็นการเอาชนะอย่างสวย ผมเรียกว่าแก้แค้นทางบวก”

นี่สิเฉียบคม...แก้แค้นทางบวกนี้ช่างดีหลาย เป็นการบรรจงแก้ปมแค้นให้คลาย แล้วมาผูกเป็นมิตรภาพที่ปลอดโปร่ง แน่นแฟ้น และยาวนาน


เรื่องราวที่เล่ามานี้ยืนยันว่า คำที่พ่อข้าพเจ้าเคยพร่ำสอนเมื่อหลายสิบปีก่อน คนที่ทำมิตรให้เป็นศัตรูนั้นเป็นคนโง่ คนที่ทำศัตรูให้เป็นมิตรนั่นแหละคือคนฉลาดจริง

ดูๆ แล้ว ความฉลาดในเรื่องนี้น่าจะอยู่ที่ใจมากมายกว่าจะอยู่ที่สมอง

ถ้าถามว่า ทำยังไงล่ะที่จะให้ศัตรูกลายเป็นมิตร คำตอบขั้นต้นก็คงไม่พ้น “เราก็ต้องทำใจให้เป็นมิตรกับเขาก่อนสิ”

(อ้อ ผู้หญิงในเรื่องนี้คือ ตัวป้าศรีเองเมื่อประมาณ 30 กว่าปีมาแล้วค่ะ

ตอนนั้นอายุสัก 53 หลังจากได้ไปอยู่ทั้ง สวนโมกขพลาราม และวัดดอยธรรมเจดีย์ มาแล้ว แห่งละ 3 เดือน)

บท: แก้แค้นมุมบวก

ผู้เขียน: คุณหญิงจำนงศรี หาญเจนลักษณ์ (ป้าศรี)

หนังสือ: เข็นครกตัวเบา

พิมพ์รวมเล่มครั้งแรก พ.ศ. ๒๕๕๘


จากFB: โต๊ะป้าศรี CH Table


ความคิดเห็น


Final Logo.png

ที่อยู่:
Bangkok Thailand

Email: 

ส่งข้อความหาเรา
แล้วเราจะติดต่อกลับในไม่ช้า

ขอบคุณสำหรับการติดต่อ

bottom of page