top of page

“รอยที่ไม่เลือน จาก NEET”

  • 4 วันที่ผ่านมา
  • ยาว 2 นาที

ป้าศรี/คุณหญงจำนงศรี หาญเจนลักษณ์


ศัพท์ใหม่ทางจิตวิทยา

 “NEET Scarring Effect”

ป้าศรีขอแปลมันเป็นสำนวนของป้าเอง ว่า

“รอยที่ไม่เลือน จาก NEET”



“NEET Scarring Effect” เป็นศัพท์ที่บัญญัติขึ้นในยุคสมัยนี้

เพื่อเรียกปรากฏการณ์น่ากังวลที่กำลังแพร่กระจาย

นักเศรษฐศาสตร์แรงงานและนักจิตวิทยาสังคม

เรียกประชากรที่เป็นเยาวชนกลุ่มหนึ่ง ว่า “NEET”

ซึ่งย่อจาก Not in Education, Employment, or Training

(แปลตรงตัวว่า ไม่เรียน ไม่ทำงาน ไม่รับการฝึกอบรม)

ซึ่งเป็นภาวะขาดความกระตือรือร้น จอดนิ่งลอยลำอย่างไร้จุดมุ่งหมาย (stagnation) ในช่วงวัยสำคัญที่มากๆ คือช่วงวัยที่สมองกำลังสร้างเครือข่ายวงจรความเคยชิน

เขาเรียกผลลัพธ์ของมันที่จะเป็นเสมือนรอยบาก หรือรอยแผลเป็น (scar)ในจิตใจเขา ว่า “Scarring Effect” ซึ่งเป็นรอยที่มองไม่เห็น แต่จะประทับตราในตัวตนของเขาอย่างยากที่จะเลือน ติดตัวเขาไปตลอดชีวิต

                 

NEET Scarring Effect นี้ จะเกิดขึ้นจากภาวะ stagnation ในช่วงเวลาชีวิตวัยรุ่นจนถึงหนุ่มสาว (ประมาณ 16 - 24) เป็นช่วงเวลาที่เป็นเหมือนช่องว่างที่หยุดนิ่งในชีวิต ที่ทำให้เกิดเป็น รอยแผลเป็น ที่ไม่เลือนหาย (ทั้งนี้ ไม่นับช่วงหยุดว่างที่เขาที่ใช้ในการเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ เช่น การเดินทาง เป็นช่วงที่เรียกกันว่ามักจะเรียกกันว่า “Gap Year”)

ช่วงเวลาหยุดนิ่งนี้ จะอยู่ในช่วงวัยรุ่นจนถึงวัยเบญจเพศ


อาการสำคัญที่เสี่ยงต่อ "NEET Scarring Effect“ คือ ตื่นสายมากินข้าวเที่ยง แล้วไม่ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน…ไม่เรียน …ไม่ทำงาน …ไม่รับการฝึกอบรม…ไม่อาสาสมัครทำประโยชน์ใดๆ

แค่ใช้ชีวิตสนุกๆ สบายๆ เรื่อยๆ จากสายๆเที่ยงๆ จนถึงดึกดื่น

Scarring Effect — รอยที่ไม่เลือน รอยแผลเป็น ที่ไม่เลือนหาย

รอย ที่จะกลายเป็นรูปเป็นร่างชีวิตที่มีทิศทางที่แคบลง แคบลง แม้โลกข้างนอกจะเปิดกว้างแค่ไหนก็ตาม

พ่อแม่ ปู่ย่าตายาย มักบอกตัวเองว่า — ไม่เป็นไร มันเป็นแค่ช่วงพัก เดี๋ยวก็ผ่านไป… ซึ่งบางทีมันก็ผ่านไปจริง


แต่บางครั้ง ช่วงพักนั้น มันยาวนานและไม่ได้แค่ผ่านไปฟรีๆอย่างที่คิด แต่มันทิ้ง“รอยที่ไม่เลือน”ไว้

 ป้าศรีขอชวนมาดูตัวเลขที่ทุกคนในสังคมควรจะรู้ ดูให้ดีเถิดค่ะ

เพราะมันห่างไกลกับคำว่า “ไม่เป็นไร” มากมาย

 องค์การแรงงานระหว่างประเทศรายงานว่า

เยาวชนทั่วโลกในขณะนี้ราว 1 ใน 5 อยู่ในสภาวะ NEET

ขอเน้นว่าถึง 1 ใน 5 ของคนหนุ่มสาวบนโลกใบนี้

สำหรับไทยเรานั้น

 UNICEF ชี้ว่าภาวะ NEET ที่กำลังเพิ่มขึ้น ถือเป็นประเด็นน่าเป็นห่วงเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อผู้สูงอายุในไทยมีสัดส่วนสูงถึง 20% ของประชากรทั้งหมด

รากฐานที่รับน้ำหนักสังคมจึงกำลังแคบลง ในขณะที่คนหนุ่มสาวส่วนหนึ่งยังเกาะสบายๆอ ยู่บนขอบ

สิ่งที่ป้าศรีอยากจะพูดถึง ก็คือ

รอยที่เกิดขึ้นข้างในชีวิตของเยาวชน ที่เป็นลูกเป็นหลานของพ่อแม่ปู่ย่าตายาย เมื่อเขากลายเป็นพื้นที่ว่างเวิ้ง ในช่วงเวลงจังหวะเวลาที่เขาควรจะเป็นเติบโตเป็นรากฐานอันหนักแน่นของสังคม

ช่วงเวลาที่ความหมายของชีวิตมันหยุดนิ่งนั้น มันไม่ได้แค่ผ่านไปเฉยๆ แต่มันทิ้งรอยแผลเป็นไว้ เป็นรอยที่ทำให้แก่นของเขาอ่อนแอ ยากที่เขาจะเป็นรากฐานนั้นให้สังคมไทยได้

                                

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย University College, London (UCL) ได้ติดตามชีวิตของคนกลุ่มหนึ่งในตะวันตก ตั้งแต่วัยรุ่นจนถึงวัย 51 ปี

และได้ตีพิมพ์ผลการวิจัย เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2569 นี้เอง

เขาให้ภาพที่ชัดเจนกว่าที่เคยมีมาแต่ก่อน ว่า

คนที่อยู่ในสถานะ NEET อย่างต่อเนื่องในช่วงอายุ 16-24 ปี

มีโอกาสตกงานหรือไม่ทำงานในวัย 51 ปีสูงกว่าคนที่ไม่เคยเป็น NEET ถึง 6 เท่า และมีสุขภาพย่ำแย่กว่าถึง 3 เท่่า

การวิจัยพบว่า

คนกลุ่มนี้ เมื่ออายุ 51 จะว่างงาน หรือตกงาน มากคนทั่วไปถึง 6 เท่า สุขภาพย่ำแย่กว่าถึง 3 เท่า

ผลที่แสดงให้เห็นในวัย 51 ปี เกิดจากจุดเริ่มต้นที่อายุที่ยังไม่ถึง 25 ปี

                                 

และที่น่าตกใจกว่านั้น…

แม้แต่คนที่เป็น NEET เพียงแค่ 2 ถึง 3 ปี

ก็มีโอกาสเผชิญปัญหาการเงิน สุขภาพย่ำแย่

และความทุกข์ทางจิตใจในวัยกลางคน สูงกว่าคนทั่วไปถึง 2 เท่า

2 ถึง 3 ปี อาจจะฟังดูไม่นาน แต่ถ้า 2 ถึง 3 ปีนั้น เกิดขึ้นระหว่างอายุ 16 ถึง 24 ซึ่งเป็นช่วงที่สมองกำลังสร้างวงจรความเคยชิน

และเป็นช่วงที่เพื่อนวัยเดียวกันกำลังสะสมประสบการณ์ ทักษะและความมั่นใจ

ความห่างนั้นมันก็กว้างกว่าที่ตัวเลขจะบอกได้

                  

   คำถามที่พ่อแม่หลายคนถามคือ

“ลูกฉันทำไมถึงไม่สู้” หรือ “ลูกฉันขี้เกียจหรือเปล่า”

จิตวิทยาให้คำตอบที่ซับซ้อนกว่านั้น

   ไม่ใช่เพราะขี้เกียจหรอก แต่เพราะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง (left behind)

ปัจจัยเสี่ยงที่นำไปสู่ภาวะ NEET ได้แก่ ปัญหาสุขภาพจิตที่ตรวจพบตั้งแต่อายุ 11 ปี ตลอดจน สถานะทางเศรษฐกิจของครอบครัว และการสะสมเหตุการณ์ที่เลวร้าย (trauma)

ในชีวิตตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไป

  สังเกตตัวเลข — อายุ 11 ปี สัญญาณมักจะมีให้เห็น …

เด็กที่เข้าระบบการศึกษาแล้ว รู้สึกว่าตัวเองไม่เป็นส่วนหนึ่งของมัน

เด็กที่แบกความวิตกกังวลไปโรงเรียนทุกวันโดยที่ไม่มีใครรู้

เด็กพวกนี้ อาจจะหมดแรงเพราะรู้สึกว่าล้มเหลวซ้ำๆ

                               

นักวิจัยพบว่า

ในภาวะ NEET ความเสี่ยงต่อการทำร้ายตัวเองสูงขึ้นถึง 2.8 เท่า

ในขณะที่แนวโน้มพฤติกรรมผิดกฎหมายสูงขึ้นถึง 2 เท่า

วงจรหมุนรอบตัวเองช้าๆ:

ยิ่งอยู่นอกระบบนาน ยิ่งยากที่จะกลับเข้าไป

                 

ป้าศรีหวังเป็นอย่างยิ่งว่า

บทความนี้ จะให้ความรู้ที่เป็นประโยชน์ในวงกว้างของสังคมเรานะคะ

ป้าศรีนั่งเขียนมันมา 2-3 ชั่วโมง จนจะตีสามแล้วค่ะ

อีกไม่กี่ชั่วโมงต้องตื่นไปหาหมอตามนัด

เป็นบทความที่เขียนไม่ง่ายเลย

ขอบคุณที่อ่านจนจบค่ะ

ป้าศรี

คุณหญิงจำนงศรี หาญเจนลักษณ์

03.06.2569

จาก FB: โต๊ะป้าศรี

ความคิดเห็น


Final Logo.png

ที่อยู่:
Bangkok Thailand

Email: 

ส่งข้อความหาเรา
แล้วเราจะติดต่อกลับในไม่ช้า

ขอบคุณสำหรับการติดต่อ

bottom of page