ของหรูกับอารมณ์ลบ
- 2 วันที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที
ป้าศรี/คุณหญิงจำนงศรี หาญเจนลักษณ์

จิตวิทยาเชิงลบของการซื้อและอวดความเป็นเจ้าของสินค้าหรู
ที่เราเห็นอยู่มากมายในข่าวดาราและข่าวสังคม
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโซเชียลมีเดีย
เชิงลบที่ว่านี้
ไม่จำกัดอยู่แค่การใช้จ่ายที่เกินกว่าเหตุ หรือเกินฐานะทางการเงิน
ซึ่งในหลายๆ กรณี ทำให้จำต้องหาเงินอย่างไม่ถูกทางด้านจริยธรรมและศีลธรรม
แต่มันยังมีผลต่อคุณค่าในความรู้สึกของตัวเอง
ต่อความสัมพันธ์กับผู้อื่น
และที่สำคัญมากก็คือ ต่อสุขภาพจิตระยะยาว
สำหรับคนมีเงินเหลือเฟือ
การซื้อของของแบรนด์บ้าง เพราะเห็นว่าของชิ้นนั้นคุณภาพดี ใช้แล้วสบายใจไม่เบียดเบียนตนเอง และจิตใจผู้อื่น ก็ซื้อเท่าที่จะใช้อย่างสบายๆ ก็ไม่แปลกอะไร แต่ระวังตรงแค่ว่า มาเสริม อีโก้ ตัวตนให้เด่นโด่งหรือไม่ เพราะตรงนั้นจะเป็นภัยให้สุขภาพภายในกับทั้งตัวเอง และใจของผู้ที่ด้อยกว่าทางฐานะที่อาจจะเกิดความทะยานอยาก
อ่านแล้วพิจารณานะคะ
เรามาดูกันเป็นข้อๆค่ะ
วงจรของ ความพอใจไ ม่พอใจ และของความสุข ที่สั้นมาก
งานวิจัยพบว่า 'วัตถุนิยม' และการให้ความสำคัญกับของหรูสัมพันธ์กับความไม่พึงพอใจในชีวิต ความนับถือตัวเองที่ต่ำลง และความรู้สึกโดดเดี่ยวทางใจ ทั้งนี้เพราะ ความสุขจากการซื้อหรูมักอยู่ไม่นาน สมองชินกับระดับใหม่แล้วต้องการสิ่งที่แพงขึ้นหรือหรูขึ้นเรื่อย ๆ …เกิดวงจร 'ต้องซื้อเพิ่มเพื่อรู้สึกเท่าเดิม'
ใช้การซื้อหรูหนีอารมณ์ลบ
งานวิจัยพบว่า การช้อปของหรูเป็นวิธีหนึ่งของการ หนีความเครียด ความเหงา หรือความรู้สึกด้อยค่า ทำให้เกิดความลิงโลดใจชั่วคราว แต่ถูกใช้เป็นเครื่องกลบรากของปัญหา คนเราบางครั้งก็ใช้ 'การซื้อของหรู'เป็นกลไกอย่างหนึ่งในการหลีกเลี่ยงอารมณ์ (experiential avoidance) ซึ่งเชื่อมโยงกับทุกขภาวะกายใจ นับเป็นพฤติกรรมสุขภาพที่เป็นทางลบ
ความรู้สึกผิด ความไม่คู่ควร และ impostor syndrome
งานวิจัยเรื่อง 'impostor syndrome from luxury consumption' พบว่าบางคนรู้สึกไม่จริงใจ หรือ 'ไม่ใช่ตัวเอง' เมื่อใช้ของหรูราวกับแสดงบทบาทที่ไม่ใช่ตัวตน ถ้าหากมองว่าความหรูเป็น 'อภิสิทธิ์เกินควร' อาจเกิดความรู้สึกผิดหรือไม่คู่ควร โดยเฉพาะเมื่อมาจากพื้นเพธรรมดาในสังคมที่เหลื่อมล้ำสูง
ภาพลักษณ์ภายนอกกลบตัวตนจริง
การผูกตัวตนเข้ากับแบรนด์มากเกินไปอาจทำให้การแสดงออกไม่จริงใจ เหมือนใช้ชีวิตตามสคริปต์ของแบรนด์มากกว่าตามความเป็นตัวของตัวเอง ดังนั้น จึงอาจจะเกิดความรู้สึกไม่ลงรอยภายใน (inauthenticity) ซึ่งเป็นก้าวแรกของการสะสมเป็นความไม่พอใจตนเองลึกๆ
ความอิจฉา การเปรียบเทียบ และการแข่งขันไม่รู้จบ
สินค้าหรูอยู่ในโลกของ 'การเปรียบเทียบ' โดยเนื้อแท้ มันนำไปสู่ความอิจฉา ความรู้สึกด้อย และการตามล่าการยอมรับจากภายนอก การติดตามโซเชียลที่เต็มไปด้วยชีวิตหรูของคนอื่น ทำให้กรอบอ้างอิงของเราผิดเพี้ยน รู้สึกว่าตัวเอง 'ยังไม่พอ' แม้ในความเป็นจริงเราจะดีแล้วก็ตาม
ภาพลักษณ์ด้านลบจากสายตาคนอื่น
งานวิจัยชี้ว่า การโชว์สินค้าหรูมาก ๆ มักทำให้ถูกมองว่ามีนิสัยหลงตัวเอง เล่นเกมอำนาจ หรือเห็นแก่ตัว ไม่ว่าเราจะเป็นอย่างนั้นจริงหรือไม่…ภาพลักษณ์นี้อาจกระทบต่อความสัมพันธ์ ความน่าเชื่อถือ และอาจทำให้รู้สึกถูกตัดสินอยู่ตลอดเวลา
ความเครียดจากการรักษาระดับ
การใช้ชีวิตที่ต้อง 'รักษาภาพ' หรูอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดความกดดัน กลัวตกมาตรฐาน หลายคนใช้จ่ายเกินกำลังแล้วหาทางอธิบายกับตัวเองให้ไม่รู้สึกผิด (mental accounting) ซึ่งทั้งเพิ่มความเครียดทางการเงินและความกังวลเรื้อรัง.
โดยสรุป ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ 'สินค้าหรู' แต่อยู่ที่คน คนที่ให้มันมาทำหน้าที่แทนคุณค่าในตัวเอง แทนความสัมพันธ์ที่ดี และแทนความหมายของชีวิต ผลข้างเคียงทางจิตใจจึงจะปรากฏชัดขึ้นทีละน้อย
ทั้งในระดับอารมณ์ สุขภาพใจ และความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล
ผู้เขียน: ป้าศรี คุณหญิงจำนงศรี หาญเจนลักษณ์ 02.03.2569
จากการค้นหาข้อมูลงานวิจัยจากหลายแห่ง โดย Perplexity AI
จาก: FB โต๊ะป้าศรี CH Table2 มีนาคม 2569




ความคิดเห็น