ปลีกวิเวก
- 55 นาทีที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที
ป้าศรี/คุณหญิงจำนงศรี หาญเจนลักษณ์

เมื่ออายุห้าสิบต้นๆ ข้าพเจ้าไปอยู่คนเดียวเพื่อปฏิบัติธรรมที่สวนโมกขพลาราม สุราษฎร์ธานี และวัดดอยธรรมเจดีย์ สกลนคร แห่งละ 3 เดือน
ตั้งแต่นั้นมาก็จะชอบปลีกตัวไปอยู่คนเดียวตามชนบทป่าเขาครั้งละอาทิตย์สองอาทิตย์ ปีละ 2-3 ครั้ง จะเลือกไปในที่ตัวเองไม่เกี่ยวข้อง ยิ่งไม่คุ้นเคยด้วยยิ่งดี เป็นการเว้นวรรคที่อิสระ ปลอดจากความเป็นเจ้าของ ไม่เหมือนอยู่บ้านตัวเอง ที่มีใยบางบ้างหนาบ้างพันผูกอยู่ที่ใจ และที่มีอำนาจจัดการโน่นนี่ได้ ทำให้เป็นตัวตนที่วุ่นวาย
ยามปลีกตัวออกไปอยู่วิเวกเช่นนี้ จะไม่มีกิจกรรมใดๆ ไม่อ่าน ไม่เขียน ไม่มีเพลงจะฟัง ไม่มีทีวีจะดู ไม่รับข่าวสาร ไม่พบคบคุยกับใคร วันคืนเวียนวนผ่านไปอย่างเรียบๆ รื่นๆ เป็นความชอบที่ออกจะประหลาดในสายตาญาติมิตรและผู้คนทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เห็นข้าพเจ้าทำงานมากมายหลายอย่างในชีวิตปกติ
เคยไปอยู่คนเดียวในคฤหาสน์โบราณในอังกฤษ ใหญ่ขนาด 26 ห้องนอนที่ตั้งโดดเดี่ยวบนเนินเขา มองไปรอบๆ ไม่เห็นบ้านอื่นสักหลัง ครั้งนั้นไปอยู่นานประมาณ 10 วัน เคยอยู่บ้านป่าที่ไม่มีไฟฟ้า น้ำประปา จะเข้าห้องน้ำทีต้องเดินตัดป่าลงมา
“ไม่กลัวรึ” “ไม่เบื่อรึ” “ไม่เหงารึ” “ทำอะไรทั้งวันล่ะ” เป็นคำถามยอดฮิต
กลัวคน กลัวผี...สมัยนั้นก็มีบ้าง เป็นครั้งเป็นหน ไม่หนักหนา พอหันใจมามองที่ความกลัว มันก็จางหายเหมือนเงาที่ถูกแสง (ที่กลัวไม่สร่าง เกลียดไม่หายอยู่จนแก่ ก็คือจิ้งจก ถึงแม้จะมองว่าเนื้อเรานี้ก็นิ่มๆ หยุ่นๆ เหมือนมันนั่นแหละ...มาหายกลัวมันเอาตอนอายุจะ 80)
ส่วนเหงากับเบื่อรึ...แทบไม่มีให้รู้สึก (เดี๋ยวนี้ ไม่มีเลย) การอยู่กับตัวเองทำให้ได้สัมผัสและเรียนรู้ธรรมชาติความกลัว เหงา และเบื่อ ว่าเป็นแค่ความคิดที่แต่งแต้ม เติมต่อตัวของมันเอง ใจที่หลีกหนี (กลัว) ไขว่คว้า (เหงา เบื่อ) ทำให้ไม่สามารถอยู่กับตัวเองอย่างมั่นคงได้
“ทำอะไรทั้งวัน” กวาดถูบ้านและซักผ้าเท่าที่จำเป็น นั่งสมาธิ เดินจงกรมบ้าง เลี้ยงมดเลี้ยงแมลง เลี้ยงกระรอกทุ่งกระรอกป่าก็แสนเพลิน พอแดดคล้อยก็ออกเดินข้ามทุ่งข้ามเขาหรือเข้าป่า เปิดผิวกาย หู ตา จมูก และใจ ให้ทุกสิ่งอย่างที่ผ่านพบในแต่ละขณะลมที่โชยมา มีทั้งความอุ่น เย็น นุ่ม แรง เบา ต่างๆ กันไป และทั้งกลิ่น...กลิ่นควัน กลิ่นหมอก กลิ่นดิน กลิ่นฝน กลิ่นดอกไม้ หรือแค่กลิ่นลม
การอยู่คนเดียวอย่างต่อเนื่องทำให้รับรู้สัมผัสต่างได้อย่างเป็นปัจจุบันและละเอียดขึ้น...เสียงก็เช่นกัน เสียงกลางคืนในธรรมชาตินั้นเป็นดนตรีที่น่าเงี่ยฟัง ยามเงียบสงัดจะได้ยินเสียงหวีดวี่ของกลไกทางหูของเราเอง เหล่านี้และอีกมากมายเป็นรสชีวิตที่มีให้รื่นลิ้มอิ่มใจ จนทั้งความกลัว เบื่อ และเหงาไม่มีช่องจะกล้ำกราย
เมื่ออยู่คนเดียวอย่างรู้ตัวว่าไม่มีใครจะพึ่งพา เกาะเกี่ยว ไม่มีอะไรที่เป็น ‘ของฉัน’ ที่จะต้องเสียดาย ไม่มีสายตาใครๆ ที่จะต้องคอยระวังระไว ความเป็นตัวของตัวเอง อิสรภาพบนพื้นฐานความเป็นจริงในปัจจุบันขณะก็ชัดเจนขึ้น ความมั่นคงในตัวเองก็เพิ่มพูนขึ้น
เขียนปลีกวิเวกซึ่งเป็นความสุขส่วนตัว ให้อ่านเล่นสบายๆ หรือใครอยากทดลองบ้าง ก็ลองดู อย่างแค่เบาะๆ ก็คงไม่เสียหาย
เพราะเราทุกคนต่างเกิดคนเดียวตายคนเดียว ไม่จริงหรือไร
บท: ปลีกวิเวก
ผู้เขียน: คุณหญิงจำนงศรี หาญเจนลักษณ์ (ป้าศรี)
หนังสือ: เข็นครกตัวเบา
จาก FB: โต๊ะป้าศรี CH Table




ความคิดเห็น