ชัยที่ไม่ต้องชิง
- Chamnongsri Hanchanlash
- 9 ม.ค.
- ยาว 1 นาที
คุณหญิงจำนงศรี หาญเจนลักษณ์ (ป้าศรี)

ข้าพเจ้ามีสามีชื่อ ชิงชัย ที่ไม่ค่อยชอบชิงชัยจากใคร ยกเว้นในสนามเทนนิสหรือที่โต๊ะปิงปอง และเรียกเขาว่า เจเจ แทนชื่อจริงที่ไม่สอดคล้องกับนิสัยเขานัก ส่วนชื่อภาษาอังกฤษนั้นเขาเองสะกดว่า Jingjai ฝรั่งทั้งหลายจึงออกเสียงว่า ‘จริงใจ’ ซึ่งข้าพเจ้าว่าเข้าท่า
เจเจเคยเป็นผู้อำนวยการกองทุนระหว่างประเทศนานถึง 17 ปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เขาให้ทุนและประเมินผลการวิจัยเพื่อการพัฒนาในประเทศต่างๆ ไม่ต่ำกว่า 10 ประเทศ เขาจึงมีประสบการณ์เรื่องลูกน้องหลายชาติหลายภาษา นับรวมแล้วได้หลายร้อยคน เป็นชาวยุโรปและแคนาดากว่า 75 เปอร์เซ็นต์ ไม่นับนักวิจัยชาวเอเชียที่ได้รับทุนอีกมากหลาย
ถึงหลายปีจะผ่านไป ผู้ร่วมงาน ลูกน้อง หรือผู้รับทุนคนไหนได้แวะเวียนมาพบเจเจอีก ก็มักจะมีอาการร่าเริงดีอกดีใจเป็นพิเศษ ทุกคนทำให้ได้รู้ว่าเจเจคนนี้เป็นนายยอดนิยมที่มีประสิทธิภาพสูง และสามารถทำให้ลูกน้องมีชีวิตชีวาอยู่เสมอ ไม่ว่างานจะหนักและยากลำบากแค่ไหน จนข้าพเจ้าอยากจะเอาฉลาก ‘ยาอารมณ์ดีขนานแท้’มาติดอกเขาให้รู้แล้วรู้รอด
ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะสมองคิดของเจเจมีหัวใจควบคู่อยู่อย่างไม่เคยขาดหาย เขาพูดเสมอว่า “ต้องให้เกียรติคนขาลง ทำบันไดให้เขา อย่าให้เขาตกลงมาเจ็บ”
คนที่พลาดหรือผิดมักจะฉลาดพอที่จะใช้บันไดที่เจเจสร้างให้ เพราะเป็นบันไดที่ลาดขั้นอย่างนุ่มนวล ไม่ยากที่จะก้าวลงอย่างมีศักดิ์ศรี
เคยมีฝรั่งที่สูงทั้งตำแหน่งและการศึกษาคนหนึ่งใช้การเดินทางในหน้าที่สร้างรายได้พิเศษให้กับตัวเองด้วยการซื้อของซุกใส่กระเป๋าจากประเทศโน้นประเทศนี้ หนีภาษีไปขายเอากำไรที่บ้านเมืองตน
เมื่อต้นสังกัดส่งข่าวมาขอให้เจเจช่วยจัดการกับเรื่องนี้ เขาก็หาเรื่องชวนลูกน้องคนนี้มาคุยเรื่องสัพเพเหระแบบสบายๆ แล้วปรารภถึงข่าวที่ได้รับมาว่ามีคนทำความผิดอย่างนี้ๆ แต่เจเจเองก็ยังเชื่อว่าคนในองค์กรมีจิตสำนึกในระดับที่จะไม่เห็นแก่ตัวจนทำความเสียหายกับรัฐบาลของประเทศที่เป็นเจ้าสังกัด แต่ถ้าใครทำอย่างนั้นจริงก็คงจะต้องถูกจัดการตามกฎระเบียบ
ว่าแล้วก็ถามนิ่มๆ ว่า พอรู้บ้างไหมว่ามีใครที่ทำความผิดอย่างที่ได้ยินมา เมื่อคู่สนทนาเลือกที่จะตอบเจื่อนๆ ว่าไม่รู้ เจเจก็พยักหน้าแล้วชวนคุยเรื่องอื่นๆ ต่ออย่างสนุกสนาน
ผลที่ได้คือการกลับเนื้อกลับตัวของคนผิดที่ไม่เสียหน้า แน่นอนว่าเขามีความสงสัยคาใจมาจนทุกวันนี้ว่าเจเจรู้ความจริงแค่ไหน
ความที่ไม่ชอบคนช่างแก้ตัว ข้าพเจ้าจึงเคยต้อนซ้ายต้อนขวาให้ลูกน้องรับผิดมามากต่อมาก โดยไม่ได้คิดเสียก่อนว่าจำเป็นหรือไม่ที่จะต้องเอาเป็นเอาตายถึงขนาดนั้น ได้มาเรียนรู้จากเจเจนี่แหละว่า เราน่าจะรู้จักสร้างโอกาสให้เขาเผชิญหน้ากับจิตสำนึกตัวเองโดยไม่จำเป็นต้องแน่ใจว่าเรารู้ทันหรือไม่...
คนที่ถูกคาดคั้นให้รับผิด มักจะสร้างกลไกอัตโนมัติมาปกป้องตัวเองจนกลายเป็นการเอาชนะคะคานระหว่างคนคาดคั้นกับคนถูกคาดคั้น ซ้ำร้ายกลไกนั้นอาจกลายเป็นม่านบังใจไม่ให้เขามองเห็นทางที่จะปรับเปลี่ยนตัวเองให้ดีขึ้น คุณภาพความสัมพันธ์ระหว่างกันยังเสียไปอย่างน่าเสียดาย
สำหรับกรณีที่จำเป็นต้องให้คนที่ผิดพลาดยอมรับผิดก็มีบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรายที่คนบริสุทธิ์อาจจะต้องเสียหาย ตรงนี้คงจะต้องขึ้นกับศิลปะของผู้บังคับบัญชาแต่ละคน เจเจเองก็มีวิธีการต่างๆหลายวิธี แต่ข้าพเจ้าไม่เคยเห็นเขาต้อนใครเข้ามุมจนดิ้นไม่ได้ หรือหาทางลงไม่เจอ
เจเจได้ทั้งชัยชนะและความสุขในชีวิต ด้วยการสร้างบันไดให้คนที่สมควรขึ้นได้ก้าวขึ้นอย่างงามสง่า และให้คนที่จะต้องตกจากที่สูงได้เดินลงด้วยแข้งขาของเขาเองอย่างมีศักดิ์ศรี โดยที่ความสำคัญอยู่ที่การสร้างบันได ไม่ใช่การสร้างบุญคุณ
เป็น ‘ชัย’ ที่ไม่ต้อง ‘ชิง’ มาจากใคร แต่ได้มาด้วยความ‘จริงใจ’ ที่ไม่อยากให้ใครต้องเจ็บปวดจากความพ่ายแพ้
จาก บท: ชัยที่ไม่ต้องชิง
ผู้เขียน: คุณหญิงจำนงศรี หาญเจนลักษณ์
หนังสือ: เข็นครกตัวเบา
พิมพ์รวมเล่มครั้งแรก พ.ศ.2558
ใน FB: โต๊ะป้าศรี CH Table วันที่ 8 มกราคม 2569




ความคิดเห็น