top of page

ไทยแลนด์ อีลิท

  • 17 พ.ค.
  • ยาว 1 นาที

คุณหญิงจำนงศรี หาญเจนลักษณ์


ในโลก ที่พรมแดนยังคงเป็นเรื่องของสงคราม

มีหลายประเทศที่น่าอยู่ เอา “สิทธิการอยู่ในแผ่นดิน” ออกมาวางขาย

สไตล์แพ็กเกจสปา


ขณะนี้มี

Thailand Elite Visa ไทยแลนด์ อีลิท ของไทย

Golden Visa วีซ่าทองคำ ของยุโรป,

Second Home Visa โปรแกรม“บ้านหลังที่ 2“ ของมาเลเซีย

Golden Visa ของ UAE (Dubai)

Global Investor Visa ของ สิงคโปร์

และอื่นๆ ของประเทศอื่นๆ อีกแทบจะทุกประเทศที่น่าอยู่



ทั้งหมดนี้ มีลักษณะระหว่างบัตรสมาชิกฟิตเนสกับสะพานให้หนีภัย จากประเทศบ้านเกิด

จ่ายแล้วอยู่ได้ยาว ด้วยความหวังว่า จะอยู่ไปได้เรื่อยๆ

ชื่อ วีซ่า ต่างกัน ประเทศใดประเทศมัน

แต่หลักการเดียวกัน

คือ จ่ายเงินแล้วอยู่ได้ยาว


Golden Visa ของยุโรป

ให้ลงทุนในอสังหาฯ หรือพันธบัตรรัฐบาลตามเกณฑ์ แล้วจะได้ใบพำนักถาวร

โปรตุเกส และกรีซ ซึ่งเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป ขายวีซ่า โปรแกรมนี้จนราคาบ้านในเมืองพุ่ง

คนท้องถิ่นแทบซื้อบ้านในเมืองตัวเองไม่ได้


มาเลเซียมี MM2H — เปิดบัญชีฝากเงินตามเกณฑ์ อยู่ได้ยาว นำรถและของใช้เข้าปลอดภาษี

เหมือนยกบ้านทั้งหลังมาวางไว้ในประเทศใหม่

ส่วนไทยมี Thailand Elite — จ่าย 6 แสนถึง 2 ล้านบาท (ป้าศรีขอเสนอรัฐบาลว่า ถึงเวลาแล้วที่จะเพิ่มเป็น 2 ล้าน ถึง 10 ล้าน และจะต้องมีเงินฝากในประเทศไทยอีกอย่างน้อย 2 ล้านบาทเผื่อฉุกเฉิน) ได้วีซ่า 5–20 ปี พร้อม fast track สนามบินและเจ้าหน้าที่ส่วนตัว


ไทยเราขายไลฟ์สไตล์

ในตลาดที่คนเบื่อความเย็นฉืด

…ไลฟ์สไตล์ทั้งชนบทและเมืองของไทย

ทั้งดั้งเดิม ทั้งทันและนำสมัย

จึงเป็นสินค้าที่ขายได้จริง


คนซื้อส่วนใหญ่เป็นคน 2 กลุ่ม

ก็คือ digital nomad มนุษย์อิสระ

ที่โลกทั้งโลกเป็น“เมนู”ให้เลือก

เขาจะทำงานที่ไหนก็ได้ที่เขาอยากไป

ตราบที่มีโทรศัพท์มือถือ

ไอแพ็ด และ/หรือ แล็บท๊อบคอมพิวเตอร์

…เดือนนี้บาหลี เดือนหน้าเชียงใหม่

อีกเดือนหนึ่งบูดาเพ็ส หรือปารีส

สำหรับคนกลุ่มนี้

วีซ่าระยะยาวคือเครื่องมือของอิสรภาพ ไม่ใช่การหนี


กลุ่มที่ 2 คือคนที่ต้องการบันไดหนีไฟจริงๆ

คือนักธุรกิจจากประเทศที่การเมืองหรือเศรษฐกิจเริ่มไม่นิ่ง จึงต้องการ “แผน B”

สำหรับคนกลุ่มนี้ Golden Visa คือกรมธรรม์ประกันชีวิต


กลุ่มที่ 3 เป็นกลุ่มคนเกษียณ ที่มีบำนาญพอกินแต่ค่ารักษาพยาบาลในบ้านเกิดแพงเกินไป คนที่อยากอยู่ในประเทศที่หมอเก่ง ค่าใช้จ่ายถูกกว่า และอากาศไม่หนาวเหน็บ กลุ่มนี้มีเศรษฐีที่เลือกที่ๆ ตัวเองรัก และสามารถบินกลับไปมาหรือเปลี่ยนประเทศได้ ตามใจชอบโดยไม่ต้องพึ่งพาลูกหลาน Thailand Elite จึงเป็นการวางแผนชีวิตบั้นปลายอย่างฉลาดจริง


เมื่อคนแก่ในโลกเพิ่มขึ้น อายุยืนขึ้น คนวัยทำงานหดตัวในแทบจะทุกประเทศที่พัฒนาแล้ว ที่เคยขึงขังเรื่องคนเข้าเมืองก็เริ่มเปลี่ยนน่ะซิ


ญี่ปุ่นที่เคยปิดแน่น ก็เริ่มคลายเรื่องวีซ่าแรงงานต่างชาติ ในขณะที่เยอรมนีก็เสียงอ่อนลง

ใครจะรู้… โลกผู้สูงอายุอาจทำให้ประเทศต่างๆ พากันอ่อนลงก็ได้นะคะ ในเรื่องของวีซ่าเข้าเมือง

… ยกเว้นสหรัฐฯภายใต้คุณทรัมป์


 …ป้าศรีคิดว่าจะดี หรือไม่ดีขึ้นกับมุมมองแหละ… ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่ดีไปหมดหรือเลวไปหมด…

มีแต่ ดีมาก เลวน้อย หรือ เลวมาก ดีน้อย 

ขึ้นอยู่กับบริบท ปัญหา และสถานะ

ของแต่ละประเทศ ณ ระยะเวลานั้นๆ


โลกคนแก่ กับระบบแพ็คเกจ “ซื้อสิทธิ์อยู่” อาจจะเป็นลบจากมุมความเหลื่อมล้ำ…

แต่เป็นบวกจากมุมเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และคุณภาพคนที่เข้ามามีผลกระทบกับสังคมเรา

(แตกต่างจาก Free Visa ที่ป้าศรีกำลังเรียกร้องให้ยกเลิก เพราะสร้างปัญหาให้เรามากมาย)


ผู้สูงอายุและคนที่ใกล้จะสูงอายุ

ที่มีเงินย้ายไปอยู่ประเทศที่ดูแลเขาได้ดี

แต่ผู้สูงอายุที่ไม่มีเงินอยู่ที่เดิม ในระบบสาธารณสุขที่แออัด

ในครอบครัวที่ลูกหลานย้ายออกไปทำงานต่างประเทศ


ป้าศรีว่า น่าคิดนะ…

ประเทศที่ส่งออกผู้สูงอายุมีเงินไปอยู่ที่อื่น

คือประเทศเดียวกับที่นำเข้าแรงงานหนุ่มสาวจากที่อื่น… เอ้อ…แล้วไงล่ะ

แล้วความผูกพันอยู่ที่ไหน


เมื่อคนที่ซื้อ Thailand Elite แล้วมาอยู่… จ่ายเงินให้เศรษฐกิจไทย

ใช้โรงพยาบาลไทย กินข้าวไทย

แต่ไม่มีสิทธิ์เลือกตั้ง ลูกหลานไม่ได้เรียนในระบบไทย

ถ้าสถานการณ์ในไทยไม่ดี ก็บินกลับได้ทันทีโดยไม่มีอะไรค้างคา


เราได้เงิน เขาได้ความสะดวกจากเรา

แต่ไม่จำเป็นต้องมีอนาคตร่วมกัน

เอ๊ะ… ตายจริง… เขียนมาจนถึงนี่แล้วยังไม่รู้จะปิดประเด็นยังไง

นี่แหละคนแก่ ที่เป็นพลเมืองไทย

และยังหลงคิดว่าตัวเองเป็น

 “นักเขียน”

ป้าศรี

11.05.2568

จาก FB:โต๊ะป้าศรี

ความคิดเห็น


Final Logo.png

ที่อยู่:
Bangkok Thailand

Email: 

ส่งข้อความหาเรา
แล้วเราจะติดต่อกลับในไม่ช้า

ขอบคุณสำหรับการติดต่อ

bottom of page