top of page

Retracing Footprint on the Path/ รำลึกทวนรอยเท้าแห่งวิถี

Saksiri Meesomsueb

Translated: Chamnongsri L. Rutnin



Illustration: LittleLark

นกกระดาษตระหนกพร่านบินร่านร่อน ว่ายว่อนเวิ้งฟ้าน้ำตาเจิ่ง

Paper birds panicked into flight Reeling in vast tear-filled skies

โครมครืน...ตื่นเตลิดกระเจิดกระเจิง เปิดเปิง...ปืนอีโบ๊ะรัวโละเละ

Boom, Boom..... scattered in fright Bang, Bang... ee-poh guns broke the air


สาดกระสุนลูกชำมะเลียงรัวกระหน่ำ เจ้าตาคมล้มคว่ำลงโผละเผละ

Shot out chamaliang bullets Bright-eyed ones dropped drooped

เลิอดตกอกแตกแหลกเละ หยดหมาดหยาดเหมะดังเม็ดมณี

Eye-balls burst - broke and bled Blood dripped dropped like prized gems


เนื้อนวลปริแตกแยกออก ลิ่มหลาวยาวกว่าศอกตอกเต็มที่

Smooth flesh breached By powered thrust of iron blades

โหยกรีดหวีดร้องก้องปฐพี ค่าแค่เสียงแมลงหวี่ วู่วี่ดัง

Screams reverberated through the land But valued no more than fruit-flies’ buzz


โยกเอยโยกเยก น้ำตามท่วมเมฆมิหยุดหลั่ง

Back and forth, back and forth Tears flooded the clouds

กระต่ายน้อยลอยคอท้อประดัง เหนี่ยวยอดฟ้าคว้าหวังก็พังครืน

Little rabbit, up to its neck in despair, Grabbed heaven-spire and dragged hope crashing


ปีศาจรุ้งพุ่งพาดฟาดสาย พุ่งปลายทะลวงอกอันตกตื่น

Rainbow ghost lunged his lightening rod Ripping through startled chest

รุ้งดื่มเลือดจนเหือดร่าง...ฟ้าครางครืน ระคนเสียงประเปรี้ยงปืนกำราบปราม

Rainbow ghost sucked dry the blood The sky-moans mixed with fierce gun-fires


ต้นมะขามต้นนี้หรือต้นไหน เปีย จุก แกละ ร่ำไห้สะอื้นถาม

Was it this tamarind tree or some other? Sobbing Pigtail, Topknot and Glae queried

กิ่งนี้หรือกิ่งไหนเล่าไม้งาม ที่นงราม เจ้าเนื้อแน่นถูกแขวนคอ

Was it on this branch or another, pretty tree, That they hung the darling maid?


ลมวูบกิ่งไหวร่างไกวแกว่ง ถูกตีต่อยห้อยต่องแต่ง...ถืบเตะต่อ

Breezes blew, branch bent, body swung Beaten, battered, kicked as it hung

ไม่ครวญคร่ำไม่ร่ำไห้ไม่ตัดพ้อ เชือดรัดคอแน่นซิหนอจึงเงียบไป

No words, no cries, no recrimination Was the rope so tight that you’re silent?


เจ้าตาปลิ้นลิ้นห้อยย้อยถึงคาง มือสองข้างกำแน่นแค้นไฉน

Your eyes bulged, tongue hung out Is it rage that so knotted your fist?

แค้นเคืองขอให้ขาดพร้อมขาดใจ.... ....เขาฌาปนกิจให้ด้วยเผายาง

Let anger dissolve as breath dissolves For your corpse they cremated with burning tires


เขาเอามือป้องปากเป็นลำโพง กุข่าวป่าวโปงอยู่โป้งป้าง

Their cupped hands make megaphones To trumpet the news they concocted

ว่าเราเป็นกลากเกลื้อนแถมเรื้อนกวาง ว่าหัวแดง พุงด่าง ก้นเป็นดวง

That we were a fungal and leprous lot With spotted hinds and scarlet heads


ว่าแล้วเขาปาระเบิดลูกมะกอก ปืนอีโบ๊ะหมื่นกระบอกก็รับช่วง

Then they threw olive grenades Ten thousand ee-poh guns responded

ห่ากระสุนลูกชำมะเลียงก็ลิ่วทะลวง ปลดชีวิตปลิดร่วงลงนอนราย

Spattering Chamaliang bullets Smashing lives, scattering bodies


ไม่ตายหรอกกรอกลูกหว้ายาวิเศษ ที่นอนรายตายก็พลิกหงาย

None died but revived by magic wah The dead were quickened with life

ฆ่าไม่ตาย ค่าไม่ตาย ข้าไม่ตาย เจ็บก็หาย ตายก็ฟื้น ตื่นใจจริง

Not killed, not dead, we’re alive the wounded cured, the dead revived


ยังไม่ตาย เรายังอยู่ สู้ยืนหยัด ฝันและหวังยังแจ่มชัดจรัสยิ่ง

Not killed, still here, standing fast Hope and dreams beacon-bright

เลือกจำแนกแยกแยะและคัดทิ้ง เก็บบางสิ่ง ทิ้งบางอย่างหาทางชนะ

We select, analyze and set aside Keep this, discard that, to find the win-way


เธอฝ่ายหนึ่ง ฉันฝ่ายหนึ่งพึงแจ่มชัด แตกต่างอย่างยืนหยัดถือสัจจะ

You on your side, we on ours Differing yet steadfast. With Truth

ข้ามขุนเขาอวิชชาสู่อารยะ เอาชนะด้วยปัญญาสมค่ามนุษย์

Let’s cross the peaks of ignorance To reach victory through wisdom of Man


เคียดแค้นเคืองใจดังไฟเผา บาปหนหลังระหว่างเราให้สิ้นสุด

Like fire burns the vengeful heart So let die the hatred of days past

"ศัตรูยังคงอยู่ให้สัประยุทธ์ คือโมหะแห่งมนุษย์ฉุดสำนึก"

“Foes to be fought is the abasing Delusion That inhabits the human mind”


เถิดเหน็บปืนก้านกล้วยไว้ข้างฝา สร้างเสริมปัญญาไว้สู้ศึก

Come...lay banana guns ‘gainst the wall And hone our wits for the vital war

ให้เจนจัดรัดกุมลุ่มลึก ตรึกตรอกครรลองศึกสันติวิธี

Make it sharp of edge and great of depth Set tactics, draw strategics of peace


หก ตุลา สอง ห้า หนึ่ง เก้า รำลึกทวนรอยเท้าแห่งวิถี

Sixth October 1976 Retracing footprints on the path

หักนิ้วนับที่ละนิ้วนิ้วละปี หมดมือตีนพอดีนะเพื่อนรัก

(Count off a finger or a toe for each year Through both hand and both feet, dear friends

หักนิ้วนับจากวันนั้นถึงวันนี้ ยี่สิบปีพอดีแล้วเพื่อนรัก

Counting fingers from that day to this It’s been exactly twenty years, dear friends)

หักนิ้วนับจากวันนั้นจนวันนี้ ยี่สิบปีพอดีแล้วเพื่อนรัก

Counting fingers from that day to this It’s been exactly twenty years, dear friends


6th Oct. 1996

 






ดู 3 ครั้ง0 ความคิดเห็น

โพสต์ที่คล้ายกัน

ดูทั้งหมด

Comments


bottom of page