top of page

Talk สัจธรรมชีวิต

จัดโดย อยุธยาอลิอันซ์


ภาพของคุณหญิงจำนงศรี หาญเจนลักษณ์


สวัสดีค่ะ ถึงอายุปูนนี้แล้ว ป้าศรีพบสิ่งที่นึกไม่ถึงในชีวิตมากมาย รวมทั้ง มาเดี่ยวไมโครโฟนบนเวทีนี้เมื่ออายุจะ 76 นะคะ


เมื่อตอนวันรุ่ยตั้งปณิธานไว้มั่นคง ฉันจะไม่แต่งงานกับหมอหรือนักกฏหมาย สามีคนแรกเป็นหมอ คนปัจจุบันเป็นนักกฏหมาย เพราะฉะนั้นความไม่แน่นอนกับนึกไม่ถึงมันเป็นคู่แฝด ที่ป้าศรีกลายเป็นเพื่อนสนิทกับมันเลยนะคะ แล้วความจำก็เริ่มโบกลา เลยต้องมีโพยนิดนึง


ความตายเป็นของแน่นอนไหมคะ แน่นอน แต่ มีใครในที่นี้รู้ไหมคะว่าจะตายที่ไหน วันไหน และอย่างไร ไหนว่าแน่นอนไง พระสงฆ์รูปหนึ่งท่านเพิ่งเล่าให้ป้าฟังว่า ท่านเห็นร่างของหนุ่มสาวคู่หนึ่ง ที่เกิดอุบัติเหตุเสียชีวิต สิ่งที่ปรากฎในใจท่านทันที คือ ตอนที่เขาสวมเสื้อตัวนั้นน่ะ เขารู้ไหมว่าจะเป็นเสื้อยืดตัวสุดท้าย ตอนที่เธอทาเล็บของเธอ เธอรู้ไหมว่านี่คือเล็บสุดท้ายที่เธอจะได้ทา แน่นอนไหม นึกถึงไหม


ตัวป้าศรีเองคุ้นเคยกับความตายมาแต่ไหนแต่ไร เพราะแม่ตายตั้งแต่อายุยังไม่สามขวบ อยู่โรงเรียน ใครถามก็ตอบว่าแม่ตายแล้ว แต่สัจธรรมของความตายจริงๆ ปรากฎชัดเมื่ออายุแปดเก้าขวบ วิ่งเล่นอยู่กับหมาตัวน้อยชื่อเจ้าแดง รถวิ่งเข้าชนมัน จำได้จนวันนี้ ลิ้นสีชมพูที่ห้อยออกมา การต่อสู้ที่จะหายใจจนลมสุดท้าย จำได้ว่าฉงนมากเลยว่า เอ๊ะ ไอ้ชีวิตชีวา ความซุกซน หายไปไหน มีแล้วก็ไม่มี เหลือแค่ร่างที่อ่อนเปียก นอนแนบอยู่กับพื้นดิน จากวันนั้นมาถึงวันนี้ เห็นความตายมาหลากหลาย มีความรู้สึกว่า ชีวิตเราเหมือนเพลง มีโน๊ตแรกและก็โน๊ตสุดท้าย เราฉลองโน๊ตแรกกันทุกปี แต่ป้าจะมาพูดถึงโน๊ตสุดท้าย ความตายที่ฝังใจ จนกระทั่งมันทำให้ทำงาน คือผลักดันให้ประเทศไทยเรา มีระบบที่เอื้อให้คนไทยได้ตายดี


ความตายของนายแพทย์อายุ 99 ปีเศษคนนึง อันนี้แหละค่ะที่ฝังใจมาตลอด ท่านนอนอยู่ใน ICU มีท่อช่วยหายใจทางคออยู่ 1 เดือน ใครที่นี่ลองดูนะ เอาอะไรกลืนให้มันคาคออยู่ซัก 2 ชม. จะรู้ว่ารู้สึกยังไง มือเท้าท่านมัดอยู่กับเตียงเพราะว่าท่านพยายามจะดึงท่อออก ทุกครั้งที่ความดันตก หมอจะฉีดยากระตุ้นความดันให้หัวใจบีบตัวทำงานต่อ ท่านมองเวลาเราเข้าไปเยี่ยม ท่านมองเราด้วยสายตาที่วิงวอน มีน้ำตาไหลเหมือนจะถามว่า ทำไมฉันต้องมาถูกจองจำอย่างไร้ศักดิ์ศรีอย่างนี้ ลูกๆ ทุกข์มากค่ะ แต่ไม่กล้าพูดกับหมอให้หยุดยื้อ


ป้าเป็นตัวแทนพูดกับหมอให้ คุณหมอเจ้าของไข้ไปตามคุณหมออีกคนนึง ญาติเค้าจะให้หยุดยื้อจะทำไง คำตอบคือ ถ้าเป็นพ่อผม ผมหยุด นั่นล่ะค่ะ ท่านถึงได้ไปอย่างสงบและเป็นธรรมชาติเพราะคุณหมอช่วยดูแล นี่เป็นการการุณยฆาตมั้ย ไม่นะ เพราะไม่ได้เร่งความตาย มันเป็นการที่ยอมให้ชีวิตจบลงด้วยกระบวนการทางธรรมชาติของสิ่งมีชีวิต


ทีนี้ก็จะถามว่าใครในที่นี้รู้บ้างว่า การยื้อความตายมันต่างกับการยื้อชีวิตอย่างไร การยื้อชีวิตคือการพยายามยืดชีวิตที่ยังมีคุณภาพอยู่ให้ยาวขึ้น การยื้อความตายคือการยื้อกระบวนการตายให้ยาวขึ้น แต่บ่อยครั้งในการทำงานด้านนี้ หลายครั้งจะเจอเยอะมาก เมื่อการยื้อชีวิตกลับกลายเป็นการยื้อความตาย

ตรงนี้แหละ จะมีคำถามกลับมาเสมอว่า หมอใส่เครื่องช่วยหายใจไว้แล้วจะถอดได้ไหม คำตอบคือได้ค่ะ ถ้าผู้ใกล้ชิดประชุมกับหมอและเซ็นยินยอม หรือเจ้าของชีวิตแสดงเจตนารมณ์เอาไว้นะคะ ตัวอย่าง 4 แผ่นแรก ของป้าศรีเองค่ะ เขียนด้วยลายมือ เพราะฉะนั้นไม่ต้องมีพยาน ของคุณไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม ท่านเสียชีวิตไปแล้วนะคะ ก็ไม่ต้องมีพยาน ต่อไปคือแบบฟอร์มของ สนง. สุขภาพแห่งชาติ ดาวโหลดได้ใน

เว็บไซด์ของเขา อันนี้ต้องมีพยานนะเพราะว่าเป็นพิมพ์ อันนี้ตามมาตรา 12 ของ พ.ร.บ.สุขภาพ พ.ศ. 2550 ตอนนี้มีผลกฎกระทรวงบังคับใช้แล้ว


สถานที่ที่เรียกว่า hospice ใครเคยได้ยินบ้างคะ hospice ภาษาไทยยังไม่มีคำบัญญัติใช้โดยทั่วไป ขอ

อนุญาตใช้คำนี้ไปก่อน hospice ไม่ใช่ hospital นะ hospital คือ โรงพยาบาล รักษาพยาบาล แต่ hospice เป็นสถานที่ดูแลผู้ป่วยในระยะท้ายให้ไปอย่างดี ให้ตายดี หรือส่งกลับไปที่บ้านแล้วติดตามดูแลให้ตายดีที่บ้าน


hospice มีมาแต่โบราณแล้ว แต่ที่เรียกว่าโมเดิร์น hospice เกิดในปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยพยาบาลสาวท่านนึง ดูแลคนรักของเธอทั้งสองคน คนแรกก็ตายไปในช่วงสงคราม และคนที่สองก็ตายอีก เธอเข้าใจแล้วว่า การดูแลคนที่อยู่ในระยะท้าย มันต้องการความรักที่จริงใจ และความเข้าใจผสมผสานกับวิทยาการทางการแพทย์ ที่ผู้ป่วยช่วงสุดท้ายก่อนจะสิ้นลม มันจะครบวงจรทางคุณภาพ ทางกาย ใจ ความสัมพันธ์ หรือบางทีเราเรียกว่าสังคมและจิตวิญญาณ


จากนั้น ระบบ hospice กระจายไปทั่วโลก ป้าศรีเดินทางไปดูมามากเลย ทั้งทางตะวันตก หลายประเทศ ญี่ปุ่น ไต้หวันก็มี มาเลเซีย สิงค์โปร์ ประเทศไทยเราค่อนข้างช้าหน่อย ก็มีบ้างแล้ว แต่ยังไม่เป็นระบบ ขณะนี้กำลังเคลื่อน อาจจะเดินอย่างเป็นระบบ ทางมหิดลกำลังเริ่ม รามา ศิริราช จุฬา กำลังเคลื่อน สิ่งที่เรายังต้องการอีกจำนวนมาก และยังขาดแคลนอยู่ คือ แพทย์ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ครอบครัวค่ะ ซึ่งจะดูแลครบวงจรได้ ที่อังกฤษมีเยอะมากเลย


เวลานี้เขาทำวิจัยเมื่อปี 2012 พบว่าอังกฤษยังเป็นที่ 1 อยู่ ในเรื่องของคุณภาพความตาย โดยมีเกณท์ต่างๆอยู่ ทุกครั้งที่เจ้าภาพเขาเตือนมาว่าไม่ให้ลืม คือ ความกตัญญู และอีกเรื่องนึงที่อยากจะพูดคือ เท่าที่ทำงานมา พบว่าคนที่ยังอยู่คุณภาพชีวิตแหลกสลายเพราะการยื้อความตายมากเหลือเกิน เป็นหนี้นอกระบบบ้าง หมดตัว ขายบ้าน ขายรถบ้าง อะไรต่างๆ นาๆ แต่ในอีกมุมหนึ่งคือ ผู้ที่มักจะถูกยืดความตายยืดเยื้อมากเลยคือ พ่อแม่ของบุคลากรตามโรงพยาบาลของรัฐ อันนี้เราพบ เพราะได้รับสิทธฺิการพยาบาลเต็มที่ อันนี้ในนามของความกตัญญู


ทีนี้ป้าศรีจะขอตั้งคำถามเรื่องความกตัญญูหน่อย คือการทำงานด้านนี้ เราได้ยินบ่อยมากเหลือเกิน คือรักท่านมากเหลือเกิน ทนไม่ได้ที่จะไม่มีท่าน ต้องยื้อท่านเอาไว้ สอง บาปมั้ยที่จะไม่ทำทุกอย่างให้บุพการีอยู่หายใจ อยู่นานที่สุด สาม แล้วคนอื่นจะว่าไง ส่วนใหญ่มันรวมอยู่ในสามอันนี้แหละค่ะ อยากให้พิจารณาว่า นี่คือความกตัญญูที่แท้รึเปล่า ใครที่ทนไม่ได้ที่ท่านจะจากไป ฉันใช่มั้ย ใครที่กลัวบาป ใครกลัวใครบาป ชั้นกลัวชั้นบาป ใช่มั้ยคะ อีกอันหนึ่งอะไร ใครจะว่าอย่างไร ใครกลัวใครจะว่ายังไง นี่หรือความกตัญญู บางทีมันเลือนนะคะ ต้องดูที่ใจ


ในสายตาป้าศรีซึ่งแก่แล้วนะ ความตายอยู่ข้างหน้าอีกไม่นานแล้ว จะบอกว่า ลูกหลานที่รักเราจะเป็นคนที่รู้ดีที่สุดว่าจังหวะไหนแม่จะขอบคุณ จังหวะไหนทำอย่างไรแม่จะขอบคุณ มันมีรายนึงที่เพิ่งเคยได้ยินมา

คนแก่ที่อังกฤษ อยู่เนิรสซิ่งโฮม อยู่สถานพยาบาลประมาณ 4 ปี ในสภาพคล้ายโคม่า ไม่มีการสื่อสารกับลูกๆ เลย ลูกไปเยี่ยมกันทุกๆ อาทิตย์ ผลัดกันไปเยี่ยม ไม่มีการสื่อสารเลย จนกระทั่งวันหนึ่งแพทย์ได้บอกว่า มันมีอะไรในร่างกายท่านที่แพทย์จะต้องผ่าออก เพื่อจะให้ชีวิตท่านยาวต่อไป ลูกบอกว่า ไม่ ให้แม่ไปตามธรรมชาติ ท่านลืมตาขึ้นมามองลูกแล้วบอกว่า Thank you แล้วเสียชีวิตภายในสามสี่วันหลังจากนั้น


ทีนี้เราจะพูดถึงคุณภาพความตายที่อยากให้ผู้ป่วยตายดี อยากให้เกิดคือ

1) กายไม่ทุกข์ทรมานไม่อึดอัด ไม่เจ็บปวดหรือมีก็ให้น้อยที่สุด

2) ใจไม่วิตกกังวล ไม่โกรธ ไม่หงุดหงิดและสำคัญที่สุด ไม่หวาดกลัว

3) สังคมหรือความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง รวมทั้งเรื่องความเชื่อที่จะต้องไม่รู้สึกขัดแย้ง สิ่งที่เกิดขึ้นจะต้องไม่รู้สึกขัดแย้งในใจ เพราะฉะนั้น ไม่รอคอย ไม่กังวล ไม่เป็นห่วงนะคะ จิตวิญญาณอธิบายยากมาก พูดสั้นๆ ไม่ได้ แต่จะสรุปว่า สุข สงบจากอิสรภาพ อิสรภาพจากการยึดติดวัตถุ เวลา อารมณ์ เท่ากับว่าอิสรภาพจากการยึดติด กาย ใจ นั่นเอง


ทีนี้มาพูดถึงจุดที่อยากจะบอกว่า เราจะมีระบบอย่างไรก็ตาม ญาติ ลูกหลาน จะดูแลอย่างไรก็ตาม คุณภาพความตายเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าเจ้าของชีวิตไม่พร้อม มันก็เหมือนนักดนตรีที่บรรเลงเพลงมาถึงจุดที่พร้อมที่จะบรรเลงวรรคสุดท้ายของชีวิตอย่างงดงามที่สุด ท่านพุทธทาสพูดเสมอถึงการตายก่อนตาย

กลางคืนป้านอนบนเตียงแล้วค่อยๆ คลายกล้ามเนื้อทีละส่วนของร่างกาย นึกถึงหน้าของคนที่เรารักที่สุดแล้วก็บอกลาเขาเพราะพรุ่งนี้จะไม่ตื่นแล้ว และอะไรที่ทำเสร็จไปแล้วในชีวิต ไม่ว่าจะงานหรืออะไรก็ตามแก้ไม่ได้อีกแล้ว สิ่งที่ค้างคาอยู่ทำไม่ได้อีกแล้ว หมดสิ้นแล้วซึ่งอำนาจที่จะควบคุมสิ่งใดให้เป็นไปตามปรารถนา แม้กระทั่งร่างกายนี้ ที่นึกว่าเป็นของเรา



 

โพสต์ที่คล้ายกัน

ดูทั้งหมด
bottom of page