top of page

เรื่องราวดี ๆ ของ จำนงศรี หาญเจนลักษณ์

ศิราณี วงษ์โซ





ถือเป็นการพบกันครั้งแรกของผู้หญิง 2 วัยที่มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ! คนหนึ่งเป็นผู้หญิงสูงศักดิ์ทั้งตระกูลและศักดินา ขณะที่อีกคนหนึ่งต่ำต้อยแถมถูกดูแคลนจากสังคมและคนรอบข้าง


แต่เวลานี้เหมือนมีเส้นใยบาง ๆ มาโยงคนทั้งคู่เข้าไว้ด้วยกัน...


ผู้หญิงคนแรกที่เราเอ่ยถึง คือ คุณหญิงจำนงศรี หาญเจนลักษณ์ เจ้าของโรงพยาบาลจักษุรัตนิน และยังเป็นนักเขียนฝีมือดีของเมืองไทย ส่วนอีกคนคือ ธนัดดา สว่างเดือน ผู้เขียนหนังสือ “ฉันคือเอรี่ กับประสบการณ์การข้ามแดน” ที่เพิ่งคว้ารางวัลชมนาดระดับดีเด่นประเภท nonfixtion ประจำปี 2552 และกำลังได้รับการกล่าวขวัญถึงจากการนำเสนอเรื่องราวในอาชีพโสเภณีของตัวเอง


และคุณหญิงจำนงศรีเป็นประธานคณะกรรมการตัดสินรางวัลประจำปีนี้


ในวันที่ทั้งคู่ได้พบกัน...มีเราเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย


แววตาปรานีจากคุณหญิงทำให้ “หนิง” หรือธนัดดาไม่ต้องวางตัวลำบากนัก ทั้งคู่เริ่มคุยกันเหมือนคนรู้จักกันมานาน แต่คุณหญิงได้เรียนรู้ประวัติของหนิงผ่านทางต้นฉบับหนังสือที่ผู้หญิงคนนี้ส่งเข้าประกวดเท่านั้น

“ต้องยอมรับว่าเขาเป็นคนเก่ง และที่สำคัญงานชิ้นนี้อ่านแล้ว โอโห ! เรื่องสารพัดเรื่องมันสาหัสสากรรจ์ เธอเขียนอย่างเหมือนคนที่มองตัวเอง ไม่เข้าไปสงสารตัวเอง ไม่โอดครวญ แค่สื่อสิ่งที่เธอเห็น ที่รู้สึก ไม่มีน้ำตานองหน้า ไม่ฟูมฟาย และที่สำคัญ คือ มีความสง่างามในตัวเอง” คุณหญิงชื่นชมและพูดถึงสิ่งที่ประทับใจของหนังสือเล่มนี้


“ชอบที่เขาตั้งคำถามว่า เขาเกิดมาอย่างไม่มีโอกาส ต้องดิ้นรนที่จะเลี้ยงตัวเลี้ยงลูก แม้ว่าอย่างน้อย ๆ ในช่วงต้น ๆ เขาก็ส่งเสียให้ลูกต้องอยู่รอด เลี้ยงพ่อแม่ เขานอนกับผู้ชายโดยที่เป็นความจำเป็นของชีวิต แต่เขาถามถึงว่า แล้วคนที่มีพร้อม แต่เปลี่ยนคู่นอนเพื่อสนองความมักมากในกามของตัวเอง ทำไมคนเหล่านี้ซึ่งอยู่ในสังคมถึงอยู่ได้โดยไม่มีการดูหมิ่นดูแคลนเหมือนกับคนอย่างเขา”

“บางทีเราก็อยากจะพูดว่า น่าคิดนะเราโชคดีที่เกิดมาแบบนี้ แต่ด้วยความเป็นผู้หญิง ความเป็นมนุษย์ที่มีกาย มีใจ ถ้าบังเอิญไปเกิดอย่างเขา แล้วมันจะเป็นอย่างไร”

“คำถามที่เขาตั้งน่าสนใจมากว่าทำไมดูถูกกัน แต่เขาทำด้วยความจำเป็น เพื่อดูแลลูก ดูแลพ่อแม่ ทำไมแยกเขาออกจากกลุ่มที่ทำเพื่อสนองราคะของตัวเอง โดยไม่มีความจำเป็นใด ๆ เป็นอะไรที่อ่านแล้วรู้สึก”


แค่พูดจบประโยคนี้เท่านั้น น้ำตาแห่งความตื้นตันของหนิงก็ค่อย ๆ ไหลออกอาบแก้ม...

“จะไปร้องไห้ทำไม เราเป็นผู้ชนะแล้ว ชีวิตข้างหน้าจะดีแล้ว เรายังช่วยคนอื่นได้ตั้งเยอะแยะ คนที่ไม่เคยทุกข์จะช่วยคนที่ทุกข์ไม่เป็น แต่คนที่ทุกข์มาก่อนจะช่วยคนอื่นได้ เพราะรู้ว่าทุกข์จริง ๆ คืออย่างไร เพราะฉะนั้นหนูมีเครื่องมือพร้อมแล้ว ที่จะเป็นประโยชน์กับโลก”


ไม่เฉพาะแค่กำลังใจที่มีให้เท่านั้น แต่คุณหญิงยังได้หยิบยื่นทางเดินใหม่ให้กับชีวิตนี้ด้วย

“เดี๋ยวจะค่อย ๆ หาหนังสือให้อ่าน จะได้พัฒนาตัวเอง พัฒนาความรู้ นี่คือของจริง ๆ ใครมองว่าเราเป็นคุณหญิงแต่จริง ๆ แล้วมันธาตุเดียวกัน เนื้อหนังเหมือนกัน ใจเหมือนกัน เจ็บเป็นเหมือนกัน ผู้หญิงเหมือนกันทุกอย่าง”

“อย่าคิดว่าเกิดมาดี...แล้วมันจะไม่จมได้นะ แล้วอย่าคิดว่าเกิดมาไม่ดี...แล้วมันขึ้นมาไม่ได้ ความไม่แน่นอนเกิดกับทุกสิ่งทุกอย่าง คนที่เกิดมาดี เกิดมาสบาย บางทีเขาหลงลืม ถ้าต้องจมแล้วรับไม่ได้ แต่ถ้าเรารู้สึกอย่างงี้มาตั้งแต่ต้น มันจมก็จมได้ เพราะเรารู้ว่ามันก็แค่เนี้ย ก็เหมือนกัน...ใช่ไหม ?”

พูดจบคุณหญิงก็มอบเงินให้ก้อนหนึ่งให้เป็นทุนการศึกษาสำหรับชีวิตใหม่...

“เอาไปซื้อคอร์สเรียนคอมพิวเตอร์เรียนภาษาอังกฤษ ไม่ต้องไปเพนต์เล็บ เงินก้อนนี้แม้ว่าจะไม่มาก

แต่ก็น่าจะทำให้พัฒนาขึ้นได้ แล้วถ้าเราจะไปไหนที่น่าสนใจ จะเรียกหนูมาถือกระเป๋าตาม จะได้เห็นอะไรเยอะๆ ชีวิตจะได้เริ่มต้นใหม่”


หนิงก้มลงกราบคุณหญิง และรับเช็คใบนั้นมาด้วยน้ำตานองหน้า...

ไม่เฉพาะหนิงเท่านั้น แต่ทุกคนน้ำตาซึมกับภาพเบื้องหน้า ยินดีด้วยกับความสำเร็จ และเส้นทางใหม่ของ “แอรี่”



 


จาก : เรื่องราวดี ๆ ของ จำนงศรี หาญเจนลักษณ์ โดย ศิราณี วงษ์โซ ภาพถ่ายโดย วรวีร์ บำรุงพงษ์ ในประชาติธุรกิจ ฉบับ วันจันทร์ที่ 28 กุมพาพันธ์ – วันพุธที่ 2 มีนาคม 2554

.

ดู 2 ครั้ง0 ความคิดเห็น

โพสต์ที่คล้ายกัน

ดูทั้งหมด
bottom of page