top of page

เพื่อนรัก

เรื่อง ชาริม

ภาพ วิรัช จัตตุวัฒนา




"นํ้าผึ้ง" วรัดดา รัตนินเป็นบุตรีของนายแพทย์อุทัย และคุณหญิงจำนงศรี รัตนิน น้ำผึ้งมีเพื่อนรักมากที่สุดชื่อ “จุ่น” ใจขวัญ พันธุมเสน ธิดาของคุณทศและ คุณเสนาะ พันธุมเสน ที่จริงจุ่นไม่ได้ชื่อนี้หรอก ชื่อเล่นของเธอคือ "จิ๋ม" ต่างหาก แต่เพื่อน ๆที่โรงเรียนจิตรลดาก็สมัครใจเรียกเธอว่า "จุ่น" มากกว่า


สมัยที่น้ำผึ้งรูปร่างไม่สะโอดสะองเหมือนปัจจุบัน และจุ่นตัวเบาจนจะลอยลม จุ่นตั้งชื่อน้ำผึ้งว่า "ลุงช้าง" และแทนตัวเองว่า “หลานกุ้ง” ตอนนั้น "ลุงช้าง" ไม่เคยคิดว่า "หลานกุ้ง" จะจากไปอย่างน่าใจหาย


เมื่อตอนทั้งคู่อายุ 14 จุ่นได้ไปเที่ยวฝรั่งเศส เธอเขียนจดหมายมาถึงน้ำผึ้ง คุณหญิงจำนงศรีเรียกจดหมายชุดนี้ว่า “จดหมายหลานกุ้งถึงลุงช้าง" เป็นจดหมายที่เต็มไปด้วยอารมณ์ขัน ความช่างคิด ช่างสังเกตของ "หลานกุ้ง"


“ตอนนั้นคุณแม่ว่าน่าส่งไปพิมพ์ เพราะอ่านสนุกมาก ให้ความรู้ในมุมแปลกๆ ไม่ซ้ำแบบใคร

ฝ่ายคุณแม่ของจุ่นก็บอกว่าจุ่นเขียนบันทึกประจำวันถึง 'ลุงช้าง' ซึ่งน่าอ่านมาก แต่ว่าหาจดหมายทั้งสองชุดไม่พบ กำลังหากันอยู่ทั้งสองฝ่าย อดคิดไม่ได้ว่า ข้าวของมันหายได้ แต่ความจำในเรื่องที่เรารักไม่หายไปไหน"


จุ่นชอบดนตรีและวาดรูป เล่นเบียโน ตั้งแต่ยังอยู่โรงเรียนจิตรลดา เมื่อไปเรียนต่อที่ฝรั่งเศส เธอยังเจียดเวลาจากการเรียนในมหาวิทยาลัยไปเรียนไวโอลิน กีตาร์ และวาดรูป


"จุ่นมองโลกด้วยตาสะอาด ใครเข้าใกล้จุ่นจะรู้สึกว่าอะไร ๆ มันสะอาดไปด้วย อยู่กับจุ่นมีแต่เรื่อง

หัวเราะ จุ่นเข้าใจอะไรๆ ที่สำคัญได้ดี ได้ลึก โดยไม่ต้องพูดกันมาก" น้ำผึ้งพูดถึงเพื่อนที่อยู่ในความทรงจำ "จุ่นทำให้เรารู้สึกว่า ไม่มีปัญหาในโลกที่มันหนักหนาสาหัส ปัญหาที่เราเห็นว่าจะเป็นจะตาย มันไม่มีอะไรนักหรอก คือไม่มีอะไรที่จะแก้ไม่ได้ แล้วไม่มีอะไรที่จะต้องจริงจัง และเป็นทุกข์ถึงขนาดนั้น"


เมื่อเรียนจบวิชาจิตวิทยาที่มหาวิทยาลัยเกรอนอบล์ จุ่นก็เรียนต่อในสถาบันสำหรับนักศึกษาเพื่อเด็กที่มีปัญหา (specialized educators) เพราะเธอสนใจที่จะช่วยเหลือเด็กที่มีปัญหาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว นอกจากนี้เธอยังรักสัตว์ จนเป็นที่เลื่องลือและเอ็นดูของเพื่อนๆ สัตว์เลี้ยงทุกตัวในบ้านจะมีชื่อหมด เช่น หมาชื่อ 'น้องจุ๋ย' ห่านว่ายน้ำไม่เป็นชื่อ 'น้องอืด' เธอจะมีเรื่องของสัตว์เลี้ยงเหล่านี้มาเล่าให้เพื่อนๆ ฟังอยู่เสมอ

แต่จุ่นก็ตายด้วยน้ำมือนักล่าสัตว์ที่เป็นเด็กวัยรุ่นที่มีปัญหา


เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณบ่าย 4 โมง ของวันอาทิตย์ที่ 12 ตุลาคม 2529 ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส

สถานที่เกิดเหตุนั้น เดิมเป็นโรงระเบิดหิน แต่ได้ปิดไปแล้วและอยู่ติดกับถนนใหญ่ ที่นี่จะติดกับป่าละเมาะซึ่งคนไปล่าสัตว์กัน จุ่นไปพบที่แห่งนี้เข้าโดยบังเอิญ ความที่เป็นคนรักความสงบ รักธรรมชาติ จึงติดใจที่นี่มาก และได้เขียนโน้ตถึงเจ้าของสถานที่ทิ้งเอาไว้ ทำนองว่าที่นี่เป็นที่นั่งสบายอยากจะขอมานั่งอ่านหนังสือ แล้วจะไม่ทำให้เจ้าของที่เดือดร้อนอะไรเลย จะไม่ทำอะไรที่ไม่ดีเป็นอันขาด...


เจ้าของสถานที่ซึ่งเป็นเกษตรกรแก่ๆ มาพบโน้ตนี้ พร้อมมีโอกาสได้เจอจุ่นด้วย จึงได้ทำความรู้จัก

เรียกว่าพูดคุยถูกอัธยาศัยเป็นอย่างดี เขาชวนเธอไปดื่มน้ำชา เรียกว่าค่อนข้างเอ็นดูเธออยู่มาก

จุ่นจึงมั่นใจว่า ที่นี่คือสถานที่ที่ปลอดภัยแห่งหนึ่ง





ในวันนั้นตำรวจแจ้งว่ามีนักล่าสัตว์เข้าไปล่าสัตว์ในบริเวณนี้ถึง 80 คน ล่าสัตว์เสร็จคนส่วนใหญ่จะกลับกันเป็นกลุ่ม แต่คนที่เป็นฆาตกรนี้กลับคนเดียว เขามาพบจุ่นเข้า และพยายามลวนลาม จุ่นไม่ยอมจึงเกิดการต่อสู้กัน พอมีโอกาสหนีจึงลุกขึ้นวิ่ง


ฆาตกรจึงยิงจุ่น เจ้าของสถานที่และเพื่อนบ้านรายงานว่าได้ยินเสียงปืน 3 นัด นัดแรกพลาดจุ่นไป

นัดที่สองถูกกลางหลัง จุ่นล้มลงแล้วมาตกรได้เดินมายิงซ้ำ จุ่นตายคาที่


จากนั้นประมาณ 4 โมงครึ่งพวกล่าสัตว์ที่เหลือกลับมาและพบศพ จึงไปแจ้งให้เจ้าของบ้านทราบ และรายงานตำรวจทันที รวมทั้งรายงานไปที่โรงเรียนของจุ่นด้วย


ในขณะนั้นทางตำรวจกะการกันว่า ถ้าหาตัวฆาตกรไม่ได้จะต้องสัมภาษณ์นักล่าสัตว์ทั้ง 80 คนในวันจันทร์

แต่ว่าในวันนั้นก็ให้ตำรวจยืนยามอยู่ด้วย ปรากฏว่าเจ้าฆาตกรร้อนตัว คืนนั้น ได้ย้อนกลับไปยังที่เกิดเหตุเพื่อจะเก็บปลอกกระสุนของตัวเองไปฝัง ตำรวจจึงรวบตัวได้ทันที ฆาตรกรสารภาพพร้อมเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น


“ขณะนั้นผี้งเรียนอยู่อเมริกา คุณแม่โทรฯ มาบอกข่าวจุ่นตายแล้วนะ ประโยคนี้มันแปลเป็นอย่างอื่นได้ไหม แม่กำลังบอกอะไรเรา จำได้ว่าแปลไม่ออก บอกแม่ว่าเดี๋ยวจะโทรฯ กลับไป ไม่รู้เรื่องอยู่พักใหญ่

ไม่เข้าใจว่าทำไมมันถึงได้เกิดกับคนสะอาดอย่างจุ่นได้ ผึ้งหาเพื่อนอย่างนี้ไม่ได้อีกแล้ว "


น้ำผึ้งเล่าว่าก่อนหน้านี้ไม่นานคุณพ่อของจุ่นและคุณแม่ของน้ำผึ้งก็ได้ไปเจอกันที่งานงานหนึ่ง และได้วางแผนกันว่าฮอลิเดย์หน้าจะให้น้ำผึ้งไปทัวร์ยุโรปกับจุ่น ซึ่งน้ำผึ้งดีใจมาก เพราะไม่เจอจุ่นนานแล้ว แต่ว่ายังไม่ทันจะถึงฮอลิเดย์นั้น จุ่นก็จากน้ำผึ้งไปเสียก่อน


"ผึ้งมีญาติผู้ใหญ่ตาย คิดว่าตัวเองรู้ว่าความตายคืออะไร แต่มาคราวนี้เพิ่งรู้ว่า 'รู้' และ 'รู้สึก' มัน

ไม่เหมือนกัน คราวนี้รู้สึกความเป็นจริงของความตาย มันไม่มีความยุติธรรม ไม่มีทางเลือก ถอยหลังไม่ได้"


น้ำผึ้งไม่ได้มีโอกาสไปงานศพของจุ่น แต่ได้ถือศีลโดยการรับประทานมังสวิรัติอยู่พักใหญ่


"เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้รู้สึกแรงเกี่ยวกับการฆ่ากัน การล่ากัน การพรากจากสิ่งรัก ในช่วงต่อมาผึ้งต้องทำใจสู้กับความกลัว กลัวความตาย กว่าจะพ้นช่วงนั้นได้ก็นาน สุดท้ายคิดไว้ว่า ถ้าเรามัวไปกลัวในสิ่ง

ที่มันยังไม่เกิดขึ้น ก็เท่ากับว่าเราตายหลายๆ ครั้งก่อนที่เราจะตายจริง"


จุ่นฝันที่จะมีส่วนช่วยการศึกษาสำหรับเด็กไทยที่มีปัญหาและเด็กชนบท เมื่อจุ่นตาย คุณพ่อของจุ่นจึงดำเนินโครงการที่จุ่นเคยวางแผนร่วมกันไว้ ที่ตำบลเขาค้อ ชื่อ โครงการมัธยมศึกษาเพื่อพัฒนาชนบท


ถ้าจุ่นยังมีชีวิตอยู่ จุ่นคงเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญสำหรับโครงการนี้ และแน่นอน จุ่นคงเป็นคนที่มีประโยชน์อย่างมากสำหรับประเทศชาติ


"ผึ้งคิดว่าเรื่องของจุ่นคงฝังรากในความคิด ในหัวใจของผึ้งไปอีกนาน”


และเราก็เชื่อเช่นนั้น


 

จาก: คอลัมน์ ความทรงจำ นิตยสาร แพรว ปีที่ 10 ฉบับที่ 12 เมษายน 2532



ดู 7 ครั้ง0 ความคิดเห็น

Comments


bottom of page