top of page

เปิดเวทีประชาพิจารณ์

รณรงค์คนไทยใส่ใจรักการอ่าน


บุคคลที่มีชื่อเสียงในแวดวงต่างๆ ซึ่งเล็งเห็นถึงความสำคัญของการอ่าน ร่วมแสดงความคิดเห็นและ

หาทางออกเรื่องการอ่านให้กับสังคมไทย อาทิ พ.ญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ปราบดา หยุ่น

คุณหญิงจำนงศรี หาญเจนลักษณ์ โดยมี กนก รัตนวงศ์สกุล เป็นผู้ดำเนินรายการเมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งทางสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย โดย ธนะชัย สันติชัยกูล นายกสมาคมได้จัดกิจกรรมประชาพิจารณ์ รวมพลังรักการอ่าน มีการเชิญวิทยากร นักวิชาการ นักเขียน ซึ่งวิทยากรทุกท่านได้ให้แง่คิดและมุมมองที่สะท้อนปัญหาเรื่องการอ่านได้อย่างน่าสนใจ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

พ.ญ.คุณหญิงพรทิพย์ ได้ให้แง่คิดในเรื่องของการอ่านว่า “อยากให้เด็กและเยาวชนไทยเห็นหนังสือเหมือนเห็นขนม แต่ระบบการเรียนการสอนของประเทศ กลับเป็นตัวชี้นำและจำกัดการอ่านของเด็ก

เด็กมุ่งเน้นที่จะเรียนเพื่อสอบทำคะแนนอย่างเดียว จึงเป็นการเรียนที่ทำให้เด็กมีแต่ความรู้ แต่ไม่มีปัญญา ถ้ามองกลับมาที่พ่อแม่ผู้ปกครอง ก็ถือเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ปลูกฝังให้เด็กเรียนเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัย

ให้ได้เพียงอย่างเดียว เพราะฉะนั้นหากเราจะจับรูปแบบการอ่านหนังสือของเด็ก ให้เขาอ่านในสิ่งที่

ถูกทาง เด็กก็จะเริ่มอ่านได้ด้วยตัวของเขาเอง โดยเป็นการอ่านนอกเหนือจากการอ่านในห้องเรียน

นอกเหนือจากตำราเรียน การอ่านในรูปแบบนี้จะช่วยเสริมสร้างจินตนาการทางความคิดให้แข็งแกร่ง

ได้อย่างดีที่สุด"

ด้าน คุณหญิงจำนงศรี เจ้าของพ็อคเก็ตบุ๊กเรื่อง “วิชาตัวเบา” ซึ่งกำลังติดอันดับหนังสือขายดีกล่าวเสริมว่า “เด็กเล็กๆ ชอบหนังสือทุกคน แต่อะไรเป็นตัวที่ทำให้ความชอบนั้นลดน้อยถอยลง เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงและตระหนัก และปัจจุบันวัยรุ่นเป็นวัยที่ชอบอะไรที่เร็ว ทันใจ วัยรุ่นเป็นวัยที่สมาธิเป็นปัญหาโดยธรรมชาติ ขี้เหงา และขี้เบื่อ จึงต้องมีกลยุทธ์ในการเชื่อมหนังสือเข้ากับอิสรภาพทางความคิดของเด็ก

ให้ลงตัว”

ส่วน ปราบดา ยังให้แง่คิดในมุมมองของนักเขียนอีกด้วยว่า “อัตราการอ่านของเด็กกรุงเทพฯกับ

เด็กต่างจังหวัดนั้นต่างกันมาก เนื่องด้วยสถานะทางสังคมและการเงินที่แตกต่าง อีกทั้งร้านจำหน่ายหนังสือก็ยังไม่สามารถครอบคลุมได้ทั่วทุกความต้องการของผู้บริโภค แต่ถ้ามุมมองในมุมของนักเขียนเอง

นักเขียนก็ต้องผลิตชิ้นงานที่มีคุณภาพที่จะทำให้คนอยากอ่าน และต้องสร้างความเข้าใจว่า การอ่านหนังสือนั้นมีคุณสมบัติของตัวเองที่สื่อด้านอื่นไม่สามารถให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการปลูกฝังทางด้านความคิด จินตนาการ และช่วยพัฒนาสมอง

"โดยส่วนตัวแล้วคิดว่านิสัยรักการอ่าน ก็เกิดมาจากบุคลิกส่วนตัวด้วยเช่นกัน สิ่งที่ได้จากการอ่านตั้งแต่ตัวเองยังเป็นเด็กคือความรู้ ปรัชญา มุมมอง ที่นำมาปรับใช้กับชีวิตตัวเองได้ จากการอ่านเพื่อ

แก้เหงาตั้งแต่ยังเล็ก ก็ค่อยๆ คืบคลานเข้าไปในโลกของมันมากขึ้น ”

นานาทัศนคติจากผู้คนหลากหลายวงการได้ให้แง่คิดที่น่าสนใจไว้มากมายในเวทีที่เปิดกว้างนี้ เพราะฉะนั้นถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่เราทุกคนจะร่วมกันทำให้การอ่านเป็นลมหายใจของคนไทยทุกคน เพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

 

จาก: หน้าบันเทิง หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก ฉบับวันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2546

ดู 2 ครั้ง0 ความคิดเห็น

โพสต์ที่คล้ายกัน

ดูทั้งหมด

Comments


bottom of page