top of page

เปิดเคล็ดลับวิชาตัวเบา



การเปิดมุมมองใหม่จะทำให้เห็นทางออกใหม่ๆ ในชีวิต ความคิด และความรู้สึก ส่วนใครหลายคนที่คิด

ไม่ออกว่าจะเปิดมุมมืดให้สว่างขึ้นได้อย่างไร วันนี้คุณหญิงจำนงศรี หาญเจนลักษณ์ ได้เจาะลึกเบื้องหลังเบื้องลึกของจิตใจด้วยภาษาชีวิต แบ่งปันบทเรียนของตนเองกับเพื่อนมนุษย์ด้วยหนังสือเล่มหนึ่งที่ชื่อสะดุดหู “วิชาตัวเบา” หลายเรื่องแอบแฝงประเด็นลงลึกถึงการค้นหาความหมายที่แท้จริงของการมี

ชีวิตอยู่กันเลยทีเดียว

เมื่อได้มีโอกาสเปิดเผยสูตร “วิชาตัวเบา” กันไปเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา นอกจาก

ผู้เขียนมาเสนอมุมมองของชีวิตที่กลั่นกรองมาจากประสบการณ์ของตัวเองทั้งทางตรงทางอ้อมมาเล่า

ให้ฟัง ด้วยลักษณะการมองโลกในแง่บวก เปิดใจให้กว้าง ยอมรับว่าชีวิตมีความสุขทุกข์เป็นเรื่องปกติ

สร้างอารมณ์ขันให้เกิดขึ้นกับตนเองได้แม้ในเวลาที่ปัญหาต่าง ๆ รุมเร้าเข้ามา ยังมีแขกรับเชิญอีก 4 ท่าน

ที่ใช้ชีวิตอย่างตัวเบามาเผยเคล็ดลับ ในการมองโลกอย่างเข้าใจด้วยวิธีคิดของแต่ละคนให้ฟังอีกด้วย

“ชีวิตเคยผ่านความทุกข์หนักๆ มามาก หนังสือเล่มนี้เขียนขึ้นมาจากการเรียนรู้ชีวิตและเห็นว่า

ความทุกข์นั้น ในที่สุด ถ้าเรามองว่าเป็นโชค ก็เป็นโชค เพราะสอนให้รู้จักวิธีการใช้ชีวิต มนุษย์ต้องมีอุปสรรคถึงจะเกิดการเรียนรู้ มองย้อนกลับไปเคยผ่านปัญหามากมาย แต่ก็ทำให้ได้อะไรที่ดีและมีค่า

จึงเห็นค่าของการรู้จักปล่อยวาง ถามว่า ณ วันนี้ นิ่งแล้วหรือไม่ ตอบว่าตัวยังหนักอยู่บ้าง แต่เมื่อตัวหนักแล้ว เราจะมองโลกหรือทำใจยอมรับอย่างไรให้ตัวเบาขึ้น คิดว่าการใช้อารมณ์ขันถือเป็นสิ่งที่สำคัญมาก” คุณหญิงจำนงศรีบอกเคล็ดลับเพื่อทำชีวิตให้ง่ายและมีความสุข

เจ้าของผลงานวิชาตัวเบากล่าวเสริมว่า เมื่อเจอกับเรื่องหนักๆ เราต้องมีวิธีคิดหรือหาทางจัดการกับ

สิ่งไม่ดีนั้น มุมมองเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญเช่นกัน เราจะใช้ประสบการณ์จากตัวเองอย่างไรเล่นกับ

ความหนักจนเบาได้ เช่น ข้อดีของขี้ลืม หลายคนอาจคิดโทษตัวเองว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดี แต่ตนเองได้เสนอว่า ความขี้ลืมช่วยให้มีความสุขได้มากมาย เช่น ลืมความเศร้า ลืมคำนินทา เมื่อลืมแล้วก็ไม่ต้องทุกข์ใจ

หรือย่อภูเขาให้เท่าจอมปลวก เวลาที่เกิดปัญหาเรามักจะมองว่าเป็นอุปสรรคโตคับฟ้า แต่ถ้าเราหาวิธี

พลิกให้กลายเป็นเรื่องเล็กน้อยโดยไม่เอาไปยึดติด มองเสียใหม่ ปัญหาที่เคยใหญ่เท่าภูเขาก็กลายเป็น

แค่จอมปลวกเตี้ยแคระธรรมดา

ขณะที่แขกรับเชิญพิเศษ คุณหญิงศศิมา ศรีวิกรม์ ซึ่งเป็นผู้ตั้งชื่อหนังสือที่คุณหญิงจำนงศรีเขียน บอกว่าชอบผลงานชิ้นนี้เพราะมันเป็นความจริง อ่านแล้วตัวเบา เข้าใจว่าเป็นความตั้งใจของคุณหญิง เขียนอย่างเบาๆ เรื่องก็เบาๆ อ่านจบรู้สึกเบา ตนเองมีประโยคประจำตัว 2 ประโยค “ไม่เป็นไร” กับ “ช่างมันเถอะ” ใช้บ่อยและได้ผลดี

“ความสุขจับต้องไม่ได้ ชั่งตวงวัดไม่ได้ เป็นเรื่องที่อธิบายยาก แต่ตัวเองรู้ว่าเวลามีความสุขแล้ว

ตัวจะเบา ชีวิตผจญกับปัญหามามาก แต่เราต้องปรับตัวและปรับสภาพจิตใจให้เบาได้ด้วยการมองทุกเรื่องเป็นเรื่องปกติ โดยมีสติอยู่กับเนื้อกับตัว บางคนอาจใช้ธรรมะเข้าช่วย แค่ส่วนตัวเวลาที่รู้สึกเครียด กำลัง

จะเสียสติ จะหาวิธีระบายออกก่อน จากนั้นจึงกลับมานั่งคิดทบทวนเรื่องราวเหล่านั้น” คุณหญิงศศิมา

แนะวิธีคิดที่ช่วยให้ทุกอย่างในชีวิตดีขึ้น

ด้านสุพรทิพย์ ช่วงรังสี ซึ่งมาร่วมพูดคุยถึงการใช้ชีวิตครั้งนี้ด้วย สะท้อนแนวคิดออกมาว่า ทุกๆ เรื่อง

ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต มีทั้งเรื่องดีและเรื่องไม่ดี แต่ในความไม่ดีนั้นจะมีเรื่องดีแอบแฝงอยู่ สำหรับตนเองแล้วถ้าเห็นความดีแม้เพียงน้อยนิดในสิ่งไม่ดี ก็จะรู้สึกมีความสุขแล้ว นอกจากนี้ ยังได้ดึงเอาหลักธรรม

ทางพระพุทธศาสนามาใช้ในทางโลก เพื่อให้เกิดสติจนเห็นที่มาของปัญหา

ในโลกที่วุ่นวายอาจทำให้เราทุกคนเหนื่อยและหน่ายกับชีวิต การแสวงหาเคล็ดวิชาติดตัวเพื่อทำชีวิตให้ง่ายจึงเป็นเรื่องจำเป็น นักอ่านที่สนใจ “วิชาตัวเบา” เล่มนี้ของคุณหญิงจำนงศรี หาญเจนลักษณ์ ต้องการอ่านเพื่อพลิกมุมมองเรื่องร้ายให้กลายเป็นดี อาจได้คำตอบหรือคำแนะนำการใช้วิชาตัวเบา เพื่อนำมาใช้

ในชีวิตประจำวัน

 

จาก: ตุลาคม 2546


 

ข่าวสั้น




ดู 2 ครั้ง0 ความคิดเห็น

コメント


bottom of page