top of page

รู้ ตื่น เบิกบาน คาถาสุขภาพดี

ของ คุณหญิงจำนงศรี หาญเจนลักษณ์


เรื่อง อโนมา

ภาพ พีระพัฒน์ พุ่มลำเจียก



“อายุ 61 ปีเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2543 ที่ผ่านมาค่ะ ลูก 4 คน หลาน 6 คน”


สตรีวัยงามเรือนร่างกะทัดรัดได้สัดส่วน ใบหน้าแจ่มใสดูอ่อนกว่าวัยจริงที่เธอเพิ่งเฉลย คุณหญิงจำนงศรี หาญเจนลักษณ์ เริ่มต้นบทสนทนาอย่างยิ้มแย้ม บรรยากาศรอบ ๆ ตัวเธออบอุ่นไปด้วยลูกสาวสองคนที่แวะมาเยี่ยม กับหลานชายวัยกำลังน่ารักที่อ้อแอ้เจรจาอยู่ไม่ห่าง เธอดูเป็นคุณแม่และคุณยายที่มีความสุขอย่างเห็นได้ชัด และมากกว่านั้นเธอยังเป็นภรรยาที่มีความสุขจากการสมรสครั้งใหม่กับ ดร.ชิงชัย หาญเจนลักษณ์ และกำลังกระตือรือร้นกับกิจกรรมเพื่อสังคมที่เธอผลักดันให้เกิดขึ้นหลายต่อหลายโครงการ โดยเฉพาะการรณรงค์เกี่ยวกับการต่อต้านความรุนแรงที่กระทำต่อเด็กและผู้หญิง หากสุขภาพกายและใจไม่เข้มแข็งเพียงพอแล้ว ไหนเลยเธอจะกระปรี้กระเปร่าและมีพลังสร้างสรรค์ได้ถึงเพียงนี้


จิตใจที่เปิดกว้างคือประตูแห่งความสุข


“คุณแม่เป็นคนแอ๊คทีฟและมีความคิดที่ progressive ตลอดเวลา สนุกกับงานที่ทำและทันสมัยมาก อย่างการเล่นอินเตอร์เน็ตแม่จะเปิดตลอดเวลา ในขณะที่เราเปิดแค่อาทิตย์ละครั้ง คือท่านจะคิดว่า

ถ้าไม่ฝึกสมองอยู่เสมอมันจะเฉื่อยไป”


ลูกสาวคนเล็กของเธอพูดถึงที่มาของความกระฉับกระเฉงของคุณแม่อย่างชื่นชม เจ้าตัวเองก็ได้พูดถึงเคล็ดลับพื้นฐานที่ทำให้เป็นคนสดชื่นอยู่เสมอว่า

“ดิฉันมีความสนใจที่หลากหลายมาตั้งแต่เด็ก คืออยากรู้อยากเห็น อยากเรียนรู้ค้นคว้าซึ่งเป็นธรรมชาติของตัวเองเลย”


หลักฐานเกี่ยวกับความสนใจที่ไม่เคยหยุดนิ่งของเธอ เห็นได้จากงานหลากหลายรูปแบบที่ได้ทำผ่านมา นอกจากการเขียนหนังสือซึ่งเป็นที่ยอมรับในวงการวรรณศิลป์แล้ว เธอยังเป็นผู้หญิงคนแรกๆ ที่ทำงานให้โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) โดยการผลิตสื่อสารคดีในรูปแบบวิดีโอ เธอและทีมงานต้องเดินทางไปทำงานถึงประเทศเกาหลีเหนือในขณะที่ยังปิดประเทศ เมื่อสมบุกสมบันจนพอใจแล้วความสนใจของเธอก็กลับมาจดจ่อในเรื่องทางพุทธศาสนา โดยมีความสุขในการนั่งสมาธิ ฝึกจิต เดินจงกรมได้นานเป็นเดือน ๆ ในวัดเล็ก ๆ ที่ห่างไกลชนบท และมีความสุขกับการเรียนรู้จิตใจตนเอง

“การปฏิบัติธรรมโดยไม่ติดอยู่กับความหวังที่จะเอาสวรรค์วิมาน เป็นการปฏิบัติเพื่อการเข้าถึงความไม่เที่ยงแท้แน่นอน อันนี้มีประโยชน์มาก แต่ถ้าทำเพื่อหวังจะเป็นเทวดานางฟ้า ดิฉันคิดว่าสุขภาพจิตคงไม่ดีเท่านี้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าดิฉันไม่มีความอยากนะ


“เมื่อฝึกปฏิบัติแล้วมันทำให้ควบคุมความอยากได้ ไม่ร้อน มองเห็นเป็น bird’s eye view มุมกว้างของมัน อันนี้พูดได้เลยว่าชีวิตเย็น เรียกได้ไหมว่าเป็นการทำให้สุขภาพดีเพราะเมื่อชีวิตมันเย็นลง ก็เป็นการเปิดโอกาสให้เราสนใจโน่นนี่ ซึ่งทำให้สนุกทุกๆ วัน”


คงจะพูดง่าย ๆ ได้ว่า เธอเป็นคนคล่องแคล่ว สนุก และพอใจในชีวิตก็คงไม่ผิดนัก ไม่เพียงภาคจิตใจเท่านั้นที่ได้รับการบริหารให้ตื่นตัวและเข้มข้นอยู่เสมอ ในส่วนของร่างกาย แม้ว่าจะไม่ได้ออกกำลังกายอย่างเป็นกิจจะลักษณะ แต่การออกกำลังกายของเธอแฝงอยู่ในกิจกรรมประจำวันนั่นเอง โดยเฉพาะการเดิน


“ชอบเดิน อย่างวันนี้ไปทำผมก็เดินไปหรือถ้าสถานที่ที่จะไปเป็นซอยตื้นๆ ก็เดิน หรือถ้าเราว่าง หมายถึงดิฉันกับเจเจ (ดร.ชิงชัย) เราก็จะเดินไปซูเปอร์มาเก็ตใกล้บ้านด้วยกัน ซื้ออะไรต่อมิอะไรแล้วก็เดินกลับมา นอกจากนั้นยังเป็นคนเดินเร็วและทำอะไรต่อมิอะไรเร็วมาก”


อีกเรื่องหนึ่งที่ต้องยอมกันคือ เธอเป็นศิลปินซึ่งไม่เคยหลงลืมด้านละเอียดอ่อนที่ถือเป็นเสน่ห์ของชีวิต จึงไม่น่าแปลกใจที่ชีวิตคู่ซึ่งเพิ่งเริ่มต้นใหม่อีกครั้งจะมีกิจกรรมหลากหลายทำร่วมกันระหว่างสามีภรรยาที่

ต่างมีสุขภาพจิตดีทั้งคู่ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางท่องเที่ยว หรือการใช้ชีวิตประจำวันที่มีความสอดคล้องกลมกลืนกัน เธอพูดถึงเรื่องนี้ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มว่า


ใคร ๆ ก็บอกว่าทำไมดูสาวขึ้นตั้งเยอะแยะ ส่วนสามีก็มีคนบอกเขาว่าทำไมดูหนุ่มขึ้น คนที่ไม่ได้เจอเขามา 5 ปีแล้วมาเจอกัน บางคนก็จำไม่ได้เลย เพราะว่ามันไม่มีความเครียดเลยจนนิดเดียว นี่เป็นการแต่งงานครั้งที่สองที่สบายๆ ไม่มีอะไรต้องกังวล เพราะลูกๆ ของดิฉันก็แต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝาไปกันหมดแล้ว


“ส่วนในแง่ของชีวิตประจำวัน เราทั้งสองก็มีกิจกรรมที่คล้ายกัน อีกส่วนหนึ่งที่มีความสุขคือความเป็นคนอารมณ์ดีของสามี และเขาจะเป็นคนมองโลกในแง่ดี ไม่เครียด ส่วนดิฉันเองก็ไม่เห็นด้วยอยู่แล้วกับการทำใจให้ขุ่นมัว ก็เลยเหมือนกับเพิ่งมาเจอคนที่ลงตัวมากเลยในเรื่องความคิด นี่อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้เรามีสุขภาพจิตดี แล้วอีกอย่าง เราทั้งสองคนชอบเที่ยว ชอบไปยังที่ใหม่ๆ แปลกๆ และเราก็ไม่กลัวความลำบาก”


จิตใจที่เปิดกว้างเช่นนี้เอง ทำให้ประตูของความสุขเปิดรับเธอเสมอ ไม่หลงติดอยู่กับการยึดมั่นถือมั่นในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง และรักที่จะเรียนรู้เรื่องราวใหม่ๆ อยู่เสมอ เป็นจิตใจที่เยาว์วัย กระตือรือร้น และเป็น

เคล็ดลับสำคัญของสุขภาพจิตที่สมบูรณ์


ไปดูศิลปะการทำอาหารที่บ้านน้ำสาน

“การทำอาหารของดิฉันก็เหมือนการเขียนหนังสือ เอาโน่นเอานี่มาใส่ ไม่มีสูตรตายตัว ดิฉันชอบทำกับข้าวในแง่ที่ว่าเป็นงานสร้างสรรค์เหมือนกับเราเขียนหนังสือโดยจรดปากกา แล้วเราก็เขียนต่อ ๆ ไป ให้มันงอกจากจุดเริ่มต้น ทำกับข้าวก็เหมือนกัน คือดิฉันมักจะมองดูรอบๆ แล้วหยิบมันมาทำ”


เรื่องนี้ต้องยืนยันว่าเป็นอย่างที่เธอพูดจริงๆ เพราะสูตรอาหารธรรมดาทั่วๆ ไป เธอก็ดัดแปลงใช้พืชผักสมุนไพรแทนได้อย่างลงตัวและมีรสชาติ ส่วนเครื่องปรุงที่นำมาใช้ก็คัดเลือกอย่างพิถีพิถัน ตัวอย่าง

ง่ายๆ เช่น น้ำมันที่ปรุงอาหาร เธอเลือกใช้น้ำมันมะกอก น้ำมันดอกทานตะวัน หรือน้ำมันที่ไม่มีไขมัน

อิ่มตัว และใช้เพียงสเปรย์น้ำมันไปที่ก้นกระทะเล็กน้อย


ยิ่งเราไปเริ่มต้นทำครัวกับเธอที่ “บ้านน้ำสาน” บ้านหลังที่สองซึ่งปลูกไว้สำหรับพักผ่อนที่จังหวัดเชียงใหม่ ยิ่งเห็นภาพอย่างชัดเจนว่าเธอจะตระเวนไปรอบๆ บ้าน เก็บมะขามสดจากต้นที่ขึ้นอยู่ริมแม่น้ำเอามาทำน้ำพริกมะขาม เก็บขมิ้นชันสีเหลืองลออมาปั่นทำเครื่องดื่มสมุนไพรแสนอร่อย หรือแม้แต่การเล็งไปยังดอกชงโคสีม่วงอ่อนที่กำลังบานสะพรั่ง และปรึกษากับเราว่าน่าจะเก็บมาทำสลัดดอกไม้


ขณะที่เธอกำลังเพลิดเพลินกับการสรรหาพืชผักที่ระบัดใบอยู่รอบบ้านอันร่มรื่นกว้างขวางนั้น สมุนอีกสี่ตัว คือสุนัขหลากหลายพันธุ์ที่เลี้ยงไว้ ก็วิ่งคลอเคลียไม่ห่างกาย เธอพูดถึงสวนสวยของบ้านน้ำสานในแง่ของประโยชน์ด้านสุขภาพที่หยิบฉวยมาใช้ได้และไม่ลืมที่จะตบท้ายด้วยแง่คิดที่ลึกซึ้งตามประสานักคิด


“มีอะไรในสวนก็จะลองเอามาทำอาหารหรือทำเครื่องดื่ม อย่างตะไคร้สดก็เอามาต้ม ถ้าเป็นตะไคร้หอมก็ใช้น้อย หรือใช้ขมิ้นชันก็สวยดี ดิฉันจะปลูกสมุนไพรหลายอย่างมาก แม้แต่ใบกระวานของฝรั่งก็เอามาปลูก ดิฉันชอบทำสวนทำให้เข้าถึงไตรลักษณ์ (อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา) ดีมากเลย เพราะว่าต้นไม้มันไม่เคยหยุดนิ่งเลย ความเปลี่ยนแปลงมันชัด เป็นการพูดกับเราถึงเรื่องหลักอนิจจังตลอดเวลา”


ถัดจากสวนที่มีบริเวณกว้างขวางไปไม่ไกล คุณหญิงจำนงศรีกันบริเวณหนึ่งไว้ปลูกอาศรมหลังเล็กๆ ไว้สำหรับปฏิบัติธรรม ทั้งสำหรับตัวเองและเพื่อนพ้องผู้เป็นที่รัก รวมทั้งลานเรียบโล่งสำหรับเดินจงกรม


ความสมดุลของชีวิตในมนุษย์แต่ละคนล้วนมีที่มาต่างกัน สำหรับคุณหญิงจำนงศรีเธอเพียงแต่ปล่อยให้สวนแห่งชีวิตของเธอมีความหลากหลาย บำรุงเลี้ยงไปตามธรรมชาติและไม่เคยยึดติดกับความไม่เที่ยงแท้ใด ๆ สิ่งที่ได้ตอบแทนมาเป็นความสงบภายใน ที่งอกงามเป็นดอกไม้แห่งสุขภาพดี ที่เธอชื่นชมอยู่ในปัจจุบัน


 

เมนูสุขภาพของคุณหญิงจำนงศรี หาญเจนลักษณ์



สลัดไก่ย่างอะโวคาโด

ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่)


เนื้อไก่ย่าง 5 ดาว 200 กรัม

เนื้ออะโวคาโดบด 100 กรัม

น้ำสลัดสำเร็จรูป 1 ถ้วย

ผักชีลาวหั่นฝอย 1 ช้อนโต๊ะ

หอมเล็กซอยละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ

ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ

ใบไธม์เล็กน้อย

พริกไทยป่นและน้ำตาลทรายสำหรับปรุงรส

หัวแรดิชหั่นตามขวาง มะนาวฝานเป็นชิ้น

พริกยักษ์สีเหลืองหั่นเป็นแว่น มะเขือเทศหั่นเป็นแว่น


วิธีทำ

คลุกเนื้อไก่ย่างกับอะโวคาโดให้เข้ากันดี โรยผักชีลาว ใบไธม์ หอมเล็ก ตามด้วยน้ำสลัด คลุกเคล้าให้เข้ากันดีอีกครั้ง ปรุงรสด้วยน้ำตาลทราย ซีอิ๊วขาว และพริกไทยป่น คลุกให้เข้ากันแล้วชิมรสตามชอบ จากนั้นจัดลงจาน เสิร์ฟกับผักสดที่เตรียมไว้

*เลือกน้ำสลัดประเภทน้ำข้นหรือน้ำใสก็ได้ แล้วแต่ชอบ แต่สลัดน้ำใสที่ผสมเครื่องเทศสไตล์ฝรั่งเศสจะมีรสเข้มข้นกว่า



สลัดผักห่อก๋วยเตี๋ยว


ส่วนผสม (สำหรับ 2ที่)


ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่หั่นเป็นแผ่นกว้างประมาณ 2 นิ้ว 300 กรัม

แครอท ฟักแม้ว หัวไชเท้า ฝรั่ง สับปะรด

หั่นตามยาวอย่างละ 50 กรัม

ไข่เจียวเหยาะซีอิ๊วเล็กน้อยและปูอัดหั่นเป็นเส้นอย่างละ 50 กรัม


ส่วนผสมสำหรับน้ำสลัด

น้ำมะขามเปียก 3 ช้อนโต๊ะ

น้ำผึ้ง 3 ช้อนโต๊ะ

น้ำบ๊วยเจี่ย 2 ช้อนโต๊ะ

ถั่วลิสงคั่วแล้วตำ ถ้วย

พริกขี้หนูตำ 3 เม็ด

เกลือ ช้อนชา


วิธีทำ

1. แผ่แผ่นก๋วยเตี๋ยวแล้วเรียงผักและผลไม้ต่าง ๆ ไข่เจียว ปูอัด ลงไปให้สวยงาม ม้วนเป็นท่อนกลม จัดลงจานเตรียมไว้

2. ตั้งกระทะให้ร้อน ใส่น้ำมะขามเปียก น้ำผึ้ง น้ำบ๊วยเจี่ย คนให้เข้ากัน จนน้ำเริ่มงวดเหนียวใส่พริกขี้หนูตำ เมื่อส่วนผสมข้นเหนียวตามต้องการยกลงแล้วโรยถั่วลิสง คนให้เข้ากัน ตักราดบนก๋วยเตี๋ยว พร้อมเสิร์ฟ




นินทนนท์นั่งแท่น

ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่)

ตับไก่ 300 กรัม

รากผักชี 2-3 ราก

ใบผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ

พริกไทยเม็ด 2 ช้อนชา

ซีอิ๊วหวาน 1 ช้อนโต๊ะ

น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ

เกลือป่นเล็กน้อย

น้ำมันดอกทานตะวันเล็กน้อยสำหรับสเปรย์ก้นกระทะ


วิธีทำ

โขลกรากผักชี กระเทียม และพริกไทยให้ละเอียด ตั้งกะทะให้ร้อน แล้วสเปรย์น้ำมันดอกทานตะวันลงไปเล็กน้อย นำเครื่องที่โขลกไว้ลงผัดจนหอม เติมน้ำตาลปิ๊บ ซีอิ๊วหวาน แล้วนำตับไก่ลงผัดจนสุก ปรุงรสด้วยเกลือปน โรยผักชี แล้วผัดให้เข้ากัน ยกลงพักไว้ กินกับขนมปังฝรั่งเศส


ส่วนผสมสำหรับอาจาด

หัวไช้เท้าและแครอทหันขวางอย่างละ 5 ชิ้น เป็นชิ้นบางๆ ผสมกับน้ำส้มสายชูและน้ำเชื่อม คลุกเคล้าให้เข้ากัน กินกับตับแก้เลี่ยน และเป็นการเสริมผักให้กับมื้อนี้


ข้าวน้ำสาน


ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่)

ข้าวสวย 2 ถ้วย

ไข่ไก่ (เอาเฉพาะไข่ขาว) 2 ฟอง

มะขามสด 2 ฝัก

กระเทียม 4-5 กลีบ

กะปิดี 1 ช้อนโต๊ะ

น้ำตาลปึก 2/3 ก้อน

ปลาสลิด 1 ตัว

ปลาหมึกหั่นแว่น 100 กรัม

พริกขี้หนูตามชอบ


วิธีทำ

โขลกมะขามสด กระเทียม พริกขี้หนู กะปิ น้ำตาลปึก เข้าด้วยกัน แล้วคลุกเคล้ากับข้าวสวยร้อนๆ (ไม่ใช้น้ำมัน เพื่อสุขภาพ) ทอดปลาสลิดจนฟูกรอบ ทอดปลาหมึกให้สุกหอม เจียวไข่ขาวแล้วหั่นฝอย คลุก

ส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกัน โรยหน้าด้วยปลาสลิด ปลาหมึก และไข่เจียวหั่นฝอย เสิร์ฟพร้อมผักสด


*หากต้องการให้เป็นสูตรสุขภาพอย่างแท้จริง ใช้ข้าวกล้องแทนข้าวขาว ลดน้ำตาลปีกลง และงดการใช้ปลาหมึกทอดโรยหน้า




 

จาก: คอลัมน์ Health Profile นิตยสาร Health&Cuisien ปีที่ 1 ฉบับที่ 3 เมษายน 2544.

โพสต์ที่คล้ายกัน

ดูทั้งหมด
bottom of page